เปิ้นกึ๊ดเติงตั๋วหนา.. บินตรงเชียงใหม่ OSAKA โอซาก้า เกียวโต อามาโนะฮาชิดาเตะ อิเนะ นัมบะยาซากะ 5วัน 3คืน

ญี่ปุ่น

Not Rated จาก 0 รีวิว
0/5

ไฮไลท์แพ็คเกจ

ขึ้นกระเช้าอามาโนะฮาชิดาเตะ ชมหมู่บ้านชาวประมงอิเนะ

วัดดารูมะ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ วัดน้ำใสคิโยมิสุเดระ ศาลเจ้าหน้ายักษ์

เช็คอินปราสาทโอซาก้า ช้อปปิ้งย่านชินไชบาชิและชินเซไก

พิเศษ! เที่ยวครบทุกวัน พิเศษพัก!! เกียวโต นัมบะ คันไซ

เดินทางโดยสายการบิน VIETJET (VZ) บินตรงจาก เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า 


กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา


20-24 มิถุนายน 2024
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿29,771.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยว
฿6,500.00
04-08 กรกฎาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿29,771.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

20-24 กรกฎาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿29,771.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

22-26 สิงหาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿29,771.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

29 สิงหาคม-02 กันยายน 2024
ผู้ใหญ่
฿28,621.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

19-23 กันยายน 2024
ผู้ใหญ่
฿28,621.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

26-30 กันยายน 2024
ผู้ใหญ่
฿28,621.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

03-07 ตุลาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿29,771.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

17-21 ตุลาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿32,071.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿6,435.00
พักเดี่ยว
฿6,500.00

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่
  • 20.00

    พร้อมกันที่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน VIET JET (VZ) มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและติดแท็กกระเป๋า

วันที่สอง 2 : ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ – ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ - โอซาก้า – วัดคัตสึโอจิ - วัดคิโย...
  • 00.30

    ออกเดินทางสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน VIET JET (VZ) เที่ยวบินที่ VZ822 (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่อง บนเครื่องมีจำหน่าย)

  • 07.30

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกา ของท่านเป็นเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)

    นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร  สำคัญ!!!  ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจับและปรับ

    จากนั้นพาทุกท่านเดินทางสู่ โอซาก้า (Osaka) เป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่สำคัญมาหลายศตวรรษ นำท่านเดินทางสู่ วัดคัตสึโอจิ (Katsuoji Temple) หรือ  วัดดารูมะ หรือ คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า วัดแห่งชัยชนะ เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่  มีสวนสไตล์ญี่ปุ่นสวยๆ บ่อปลาขนาดใหญ่ให้เดินชม มีชื่อเสียงในเรื่องของ ตุ๊กตาดารุมะ ซึ่งเป็นตุ๊กตาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ Daruma มาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “ธรรมะ” เชื่อกันว่านำมาซึ่งโชคลาภและความสำเร็จ เอาชนะความอ่อนแอจากเรื่องต่างๆ ได้


    วัดคัตสึโอจิ(勝尾寺, Katsuō-ji )เป็น วัด พุทธในเมืองมิโนทาง ตอนเหนือของ โอซาก้าป...

    วัดคัตสึโอจิ(勝尾寺, Katsuō-ji )เป็น วัด พุทธในเมืองมิโนทาง ตอนเหนือของ โอซาก้าประเทศญี่ปุ่น ตามโบรชัวร์ภาษาอังกฤษที่แจกที่วัด สถานที่นี้เคยถูกยึดครองในช่วงปลายยุคนาราโดยนักบวชสองคนคือเซ็นชูและเซ็นซัน วัดมิโรคุจิสร้างขึ้นในปีคริสตศักราช 765 ชื่อ "คัตสึโอจิ" ตั้งขึ้นโดยจักรพรรดิเซวะ วิหารถูกเผาในปี ค.ศ. 1184 ห้องโถงใหญ่และประตูวัดในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่โดยฮิ เดโยริ โทโยโทมิ วัดคัตสึโอจิเป็นวัดแห่งที่ 23 ใน การแสวง บุญ คันไซคันนอน

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่1)  

    เดินทางสู่ เกียวโต (Kyoto) จากนั้นพาทุกท่านไหว้พระ วัดคิโยมิสุเดระ Kiyomizu temple หรือที่คนไทยรู้จักกันดีว่า วัดน้ำใส เป็นชื่อในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “น้ำบริสุทธิ์” เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากในเกียวโต และได้เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้วย นักท่องเที่ยวส่วนมากมาเพื่อสักการะ และ ขอพรจากองค์พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นพระประธานของวัด นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของเทพเอบิสึผู้เป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยมั่งคั่ง 

    พาท่านเที่ยวชม ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ Fushimi Inari เป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่มากกว่าพันปี สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.711 บนยอดเขา Inariyama หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ศาลเจ้าแดง หรือ ศาลเจ้าจิ้งจอก เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต (Kyoto) มีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่นต้นจนเป็นทางเดินได้ทั่วทั้งภูเขาอินาริ ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ โดยเทพอินาริจะเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพืชผลไร่นาต่างๆ และมักจะมีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กาย ดังนั้นบริเวณศาลเจ้าจึงมีรูปปั้นจิ้งจอกอยู่มากมาย
    เกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นและมีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องวัฒนธรรมที่ประณี...

    เกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นและมีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องวัฒนธรรมที่ประณีตงดงาม อาหาร และมนต์เสน่ห์แห่งชนบทญี่ปุ่น ในแต่ละปีเมืองเกียวโตดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศหลายล้านคนผู้ซึ่งมาตามหาวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม วัดและศาลเจ้าอย่าง วัดคิโยมิซุเดะระ และคิงคะคุจิดึงดูดความสนใจจำนวนมากจากนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับป่าไผ่ของ อะระชิยะมะ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน พักที่โรงแรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แช่น้ำออนเซนที่ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและเพลิดเพลินไปกับการเปลี่ยนแปลงทางฤดูกาลของดอกซากุระและใบไม้ร่วงอันแสนวิเศษ เวทมนตร์แห่งเกียวโตอยู่ใกล้เพียงแค่นั่งรถไฟหัวกระสุนสั้นๆ ไปจากโตเกียว เลยตัวเมืองออกไป คุณจะพบกับพื้นที่ชนบทที่น่าดึงดูดจำนวนมากของจังหวัดเกียวโต ทางตอนเหนือ อะมะโนะฮะชิดะเตะ ได้รับการพิจารณามานานแล้วให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามมากที่สุด 3 แห่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่กลางหุบเขา มิยามะ เป็นหนึ่งในเมืองแห่งสุดท้ายที่ยังคงมีบ้านที่มุงหลังคาด้วยฟาง และหลายหลังยังคงมีผู้อยู่อาศัย เพลิดเพลินไปกับผักพื้นบ้านแสนอร่อยและชาเชียวมีชื่อที่ปลูกใน อุจิ

  • เย็น

    อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัยเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน

    ที่พัก: Hotel Monday Kyoto 3*  หรือระดับใกล้เคียงกัน 

    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนเดินทาง)


วันที่สาม 3 : ศึกษาพิธีชงชา Kyoto Shikido Duty free – ขึ้นกระเช้าอามาโนะฮาชิดาเตะ – หมู่บ้านชาวประมงอิเน...
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่2) 

    จากนั้นนำท่านสัมผัสประสบการณ์ พิเศษ พิธีชงชาแบบญี่ปุ่น ให้ท่านได้เรียนรู้วิธีชงชาแบบธรรมเนียมญี่ปุ่น และท่านสามารถเลือกซื้อชารสชาติต่างๆได้ อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้ามากมาย Kyoto Shikido Duty free แหล่งช้อปปลอดภาษี ที่รวบรวมสินค้าราคาพิเศษ และมีชื่อเสียงที่เห็นแล้วต้องรู้ว่ามาจากประเทศญี่ปุ่นแน่นอน เช่น เครื่องสำอาง ครีมบำรุงต่างๆ อาหารเสริม ขนม ชาเขียว และอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้บริการสำหรับนั่งพักผ่อนทานอาหารหรือขนมอีกด้วย สินค้ายอดนิยม ยกตัวอย่างเช่น ครีมของแบรนด์ Karen ทั้งครีมบำรุงผิวหน้า ผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้า และครีมกันแดด ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับร้านค้าพรีออเดอร์ในประเทศไทยเช่นกัน โดยเฉพาะ ครีมกันแดดน้ำนม Karen Sunscreen ที่มีเนื้อครีมบางเบา และ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เหมาะสำหรับทุกผิว ทาได้ทั้งผิวหน้าและลำตัว 

    นำทุกท่านสู่แลนด์มาร์คที่สวยที่สุดในเกียวโต อามาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate Chairlift) จากนั้นท่านสามารถเลือกนั่ง กระเช้าหรือรถรางเพื่อขึ้นไปจุดชมวิวที่สวยจนเลื่องชื่อมากๆ (ค่าทัวร์รวมราคาค่ากระเช้าและรถราง ทั้งขึ้น-ลง) สามารถมองเห็นอ่าวมิยาสึ (Miyazu Bay) ยาวกว่า 3 กิโลเมตร ที่มีลักษณะเป็นสันทรายคดเคี้ยวเชื่อมต่อกันในส่วน สันทรายที่ทอดยาว มีความกว้างเพียง 20 เมตร และบริเวณนั้นจะมีต้นสนญี่ปุ่น (pine trees) อยู่มากถึง 8,000 ต้น บางต้นจะมีรูปร่างเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน ด้านมุมที่ถือเป็นไฮไลท์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ บริเวณจุดชมวิวของภูเขาทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งได้รับการยอมรับมานานหลายศตวรรษว่าเป็นที่สวยที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น

    ซาโด หรือ ชาโด[a] (ญี่ปุ่น: 茶道; โรมาจิ: sadō, chadō; วิถีแห่งชา) หรือ ชะโนะยุ...

    ซาโด หรือ ชาโด[a] (ญี่ปุ่น: 茶道; โรมาจิ: sadō, chadō; วิถีแห่งชา) หรือ ชะโนะยุ (ญี่ปุ่น: 茶の湯; โรมาจิ: chanoyu) ในภาษาไทยมักเรียกว่า พิธีชงชาญี่ปุ่น เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นว่าด้วยการใช้เวลาอย่างสุนทรีย์ ประกอบด้วยการปรนนิบัติระหว่างการดื่มและการดื่มชาผงสีเขียวหรือมัจจะ การจัดการพบปะกันในวงสังคมเพื่อดื่มมัจจะได้แพร่หลายในบรรดาชนชั้นสูงนับตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 14 ต้นฉบับของพิธีชงชา รูปแบบของซะโดซึ่งปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน ยุคนาระ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านชาคือ เซ็น โนะ ริกิว (千利休) ซาโดมีลักษณะที่เป็นแบบแผน ได้พัฒนาภายใต้อิทธิพลของพุทธศาสนานิกายเซ็นซึ่งจุดประสงค์สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดเรียบง่าย คือเพื่อทำวิญญาณให้บริสุทธิ์โดยการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติหัวใจแท้จริงของพิธีชงชาได้รับการบรรยายโดยคำต่าง ๆ เช่น ความสงบ ความเรียบง่าย ความสง่างาม และ สุนทรียศาสตร์แห่งความเรียบง่ายอันเข้มงวดและความยากจนที่ประณีต ซาโดยังมีบทบาทสำคัญในด้านชีวิตด้านศิลปะของชาวญี่ปุ่น พิธีชงชาจะเกี่ยวข้องกับการชื่นชมห้องที่ประกอบพิธี ส่วนที่ติดอยู่ในห้องนั้น เครื่องใช้ในการชงชา เครื่องประดับบริเวณพิธี เช่น ภาพแขวนหรือการจัดดอกไม้ สถาปัตยกรรมญี่ปุ่น การจัดสวน เครื่องปั้นดินเผาเซรามิก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีชงชา และความเป็นพิธีการที่ถือปฏิบัติในพิธีชงชาได้มีอิทธิพลต่อการพัฒนามารยาทของชาวญี่ปุ่นในลักษณะที่เป็นพื้นฐาน ภายหลังที่เซ็น โนะ ริคิว ถึงแก่กรรมใน ค.ศ. 1591 คำสั่งสอนของเขาได้ตกทอดมาจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่น ได้มีการก่อตั้งโรงเรียนต่าง ๆ ขึ้น เช่นโรงเรียนอูราเซ็งเกะ ที่ดำเนินงานอย่างแข็งขันและมีศิษย์อยู่จำนวนมาก

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่3) Japanese Set 

    ลิ้มลองอาหารสไตล์ญี่ปุ่นแบบท้องถิ่น ขอแนะนำด้วย เมนูหม้อไฟทะเล ให้ท่านซดน้ำร้อนๆ พร้อมเทมปุระกรุบกรอบ และยังมีขาปูต้ม (ชนิดของปูขึ้นอยู่กับฤดูกาล) รวมไปถึงคัตตาร์ดไข่ขาวและอื่นๆ จัดเป็นชุดรอทุกท่าน


  • บ่าย

    จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ (Ine Funaya) คือกลุ่มของหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ ในเมืองชนบทอิเนะ ตั้งอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของ คาบสมุทรทังโงะ (Tango Peninsula) นั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีการท่องเที่ยว ที่มีมนต์เสน่ห์ไม่น้อย ไฮไลท์ของที่นี่คือการได้ถ่ายรูปคาฟ่เก๋ๆ นิ่งชิล ให้อาหารนกนางนวล หรือเดินชมวิวธรรมชาติและบ้านที่เรือนที่ยังคงคลาสสิกแต่สวยงามไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีบริการล่องเรือชมอ่าวอิเนะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อีกด้วย (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าล่องเรือ ค่าล่องเรือราคาประมาณ 1,000 เยน)

    หลังจากนั้นพาทุกท่านเดินทางสู่ที่พักเพื่อเช็คอินและพักผ่อนตามอัธยาศัย

    ที่พัก: Sarasa Hotel Namba 3* หรือระดับใกล้เคียงกัน 

    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนเดินทาง)


    หมู่บ้านประมงอิเนะ (Ine Fishing Village) ประเทศญี่ปุ่น สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์แสนสงบ...

    หมู่บ้านประมงอิเนะ (Ine Fishing Village) ประเทศญี่ปุ่น สัมผัสวิถีสโลว์ไลฟ์แสนสงบ พร้อมซึมซับศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม หนึ่งในสถานที่พักผ่อนที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองเกียวโต ญี่ปุ่น ประเทศโปรดในดวงใจของใครหลายคน ลองได้ไปเที่ยวครั้งหนึ่งแล้วจะมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และครั้งต่อ ๆ ไป ตามมาแน่นอน แถมยิ่งไปก็ยิ่งมีอะไรน่าเที่ยวมากขึ้นทุกที เที่ยวได้เที่ยวดีไม่มีวันเบื่อ สำหรับใครที่กวาดที่เที่ยวแลนด์มาร์กของญี่ปุ่นจนเกือบหมดแล้ว เรามีอีกหนึ่งที่มานำเสนอ…หมู่บ้านประมงอิเนะ จังหวัดเกียวโต สถานที่ที่ทำให้คุณได้เบรกชีวิตยุ่ง ๆ แล้วมาสโลว์ไลฟ์ให้หนำใจ หลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่เที่ยวแห่งนี้มากเท่าไร ไม่เป็นไร…เกาะหน้าจอเอาไว้แน่น ๆ แล้วตามเราไปเที่ยวด้วยกันเลย หมู่บ้านประมงอิเนะ ตั้งอยู่บริเวณริมอ่าวอิเนะ และอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเกียวโต ปัจจุบันที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวประมงแบบโบราณ ตั้งแต่การตกปลา ปลูกข้าว และอื่น ๆ สำหรับคนที่มาเที่ยวที่นี่ครั้งแรก ต้องหลงรักกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ภาพของบ้านไม้ที่สร้างเรียงต่อกันเป็นแนวยาวตลอดชายฝั่ง ช่างเป็นทัศนียภาพที่งดงามตา เผลอ ๆ ทำเอาเราหลงคิดไปว่า นี่เรากำลังยืนดูภาพผลงานศิลปะจากฝีมือศิลปินชื่อดังสักคนอยู่แน่ ๆ ลักษณะการสร้างบ้านดังกล่าวที่เราเห็น เรียกกันว่า ฟุนะยะ (Funaya) หรือ Boathouse โดดเด่นตรงที่เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น หากลองมองดูดี ๆ ชั้นล่างเป็นโรงจอดเรือ และเมื่อแหงนมองขึ้นด้านบน ก็จะเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งยังคงมีคนอาศัยอยู่จริง ๆ หากมีเวลาเดินสำรวจรอบ ๆ หมู่บ้าน จะเห็นเลยว่าบ้านบางหลังก็ทำเป็นร้านอาหาร บางหลังก็เป็นร้านคาเฟ่ บางหลังก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมข้างในได้ หรือแม้แต่บางหลังก็ทำเป็นโฮมสเตย์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสชีวิตชาวประมง ท่ามกลางบรรยากาศแสนสงบ และดูเหมือนว่าเวลาจะหยุดหมุนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเอาเสียดื้อ ๆ สำหรับใครที่กลัวว่าไปเที่ยวที่นี่แล้วจะเหงา ไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำ และกลัวว่าจะสงบจนเกินไป บอกเลยว่าจะไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอน เพราะมีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือชมอ่าวอิเนะ กิจกรรมนี้เราจะสัมผัส Boathouse แบบใกล้ ๆ รวมถึงให้อาหารนกที่คอยบินฉวัดเฉวียนล็อกพิกัดข้าวเกรียบจากมือนักท่องเที่ยวแม่นยำอย่างน่าเหลือเชื่อ หรือจะปั่นจักรยานสำรวจตรอกซอกซอยของหมู่บ้าน โดยมีจุดบริการให้ยืมจักรยานและแผนที่ท่องเที่ยวไว้คอยบริการ สำหรับใครที่เป็นสายชิลตัวจริง ก็หาร้านคาเฟ่น่ารัก ๆ เอาไว้นั่งเก็บเกี่ยวบรรยากาศก็ดีอยู่ไม่น้อย รวมถึงลิ้มชิมรสอาหารทะเลสด ๆ รสชาติดั้งเดิม บอกเลยว่าก็คุ้มค่าเช่นกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ด้วยความที่หมู่บ้านประมงอิเนะ เป็นหมู่บ้านที่ยังมีชาวบ้านอาศัยและประกอบอาชีพกันอยู่จริง ๆ ที่นี่จึงไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งเฉพาะ ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวคนไหนมีโอกาสไปเที่ยวที่นี่ อย่างน้อย ๆ ต้องช่วยทำความเข้าใจ เคารพกฎกติกาของชุมชนอย่างเคร่งครัด จอดจักรยานในจุดที่กำหนด รวมถึงไม่ล่วงล้ำเข้าไปในเขตที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลมากจนเกินไป สำหรับการเดินทางมายังหมู่บ้านประมงอิเนะนั้น ค่อนข้างจะอยู่ห่างจากอามาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate) และเมืองเกียวโตอยู่มาก ทำให้ใครก็ตามที่แพลนไว้ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ จำเป็นที่จะต้องวางแผนให้รัดกุมอยู่เสียหน่อย เนื่องจากว่าต้องใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมากนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากไปทั้งหมดเสียทีเดียว การเดินทางที่แนะนำมี 2 วิธี 1. เดินทางโดยรถไฟ เริ่มต้นจากสถานี Kyoto นั่งรถไฟสาย HASHIDATE ไปลงสถานี Amanohashidate หรือจากสถานี Kyoto นั่งสาย Limited Express Kinosaki ลงสถานี Fukuchiyama แล้วเปลี่ยนรถไฟเป็นสาย Kyoto Tango Railway ไปลงสถานี Amanohashidate แล้วต่อรถบัสจากหน้าสถานี Amanohashidate ไปลง Ine 2. เดินทางโดยรสบัส นั่งรถบัสจากสถานี JR Osaka ไปลงที่ Amanohashidate แล้วต่อรถบัสจากหน้าสถานี Amanohashidate ไปลง Ine ลองใครที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านประมงอิเนะเข้าอย่างจัง บ้านเรือนเก่าแก่เรียงรายตามขอบชายฝั่ง ยิ่งทำให้ความสโลว์ไลฟ์ของที่นี่ควรค่าแก่การมาเช็กอินมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวเมืองเกียวโตในมุมที่ต่างออกไป “หมู่บ้านประมงอิเนะ” จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ที่อยากให้ลองหาโอกาสมาเที่ยวกันดู ^ ^

  • เย็น

    อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย บริเวณโรงแรมที่พัก หรือ หลังเช็คอินโรงแรมแนะนำให้ท่านเดินช้อปปิ้ง ย่านชินไซบาชิ  ย่านช้อปปิ้งขนาดมหึมาระยะทางกว่า 600 เมตร เต็มไปด้วย ร้านเครื่องสำอาง ร้านขายเสื้อผ้า ร้านปลอดภาษี (Duty Free) ร้าน 100 เยน ไปจนถึงร้านอาหารและคาเฟ่ก็รวมตัวกันอยู่ที่นี่ และจุดเด่นคือมี ป้ายไฟกูลิโกะ (Glio LED) ป้ายไฟที่ไม่เพียงบ่งบอกความนิยมของแบรนด์ขนมชื่อดังอย่างกูลิโกะเท่านั้น แต่ยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้าอีกด้วย โดยป้ายไฟกูลิโกะ (Glico LED) นี้ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1953 ตั้งอยู่บริเวณสะพานอิบิซึบาชิ (Ebisubashi Bridge) สะพานเล็กๆ ที่เชื่อมต่อระหว่าง ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) กับย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ย่านการค้ายอดนิยมของโอซาก้า



    ย่านมินามิ นัมบะ (Minami Namba) และย่านชินไซบาชิ(Shinsaibashi) ตั้งอยู่ทางตอนใต้...

    ย่านมินามิ นัมบะ (Minami Namba) และย่านชินไซบาชิ(Shinsaibashi) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองโอซาก้า (Osaka) เรียกได้ว่าเป็นย่านยอดสุดฮอตของเหล่านักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ บอกเลยว่าถ้ามาโอซาก้าแล้วไม่มาเที่ยวย่านนี้ถือว่ามาไม่ถึง เนื่องจากเป็นย่านศูนย์กลางการช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโอซาก้าและภูมิภาคคันไซทีเดียวค่ะ แถมยังมีแลนด์มาร์กของเมืองอย่างเจ้าป้ายกลูลิโกะอยู่ที่ย่านนี้อีกด้วย โดยจะมีหลายช้อปปิ้งสตรีทรวมตัวกันอยู่ระหว่างสถานีรถไฟนัมบะ(Namba) และสถานีรถไฟชินไซบาชิ(Shinsaibashi Station) เป็นรวบรวมแหล่งบันเทิงต่างๆ ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้ามากมายให้ได้เลือกช๊อปกันอย่างจุใจ บอกเลยว่าเดินทีมีเมื่อยแน่ค่ะเพราะของเยอะจริงอะไรจริง การเดินทางก็สะดวกแบบสุดๆเพราะสามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน หรือรถบัสประจำทางก็ได้ทั้งนั้น ย่านนี้เป็นย่านที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศเมืองโอซาก้าจริงๆ คล้ายกับย่านคิตะ หรือ อูเมดะ(Umedaที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองไม่ว่าจะมาช้อปปิ้งหรือแค่มาเดินเล่นก็คุ้มค่า ที่สำคัญแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดแค่แนวช็อปปิ้งนะคะ เนื่องจากแนววัฒนธรรมย่านนี้ก็มีให้ได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็น โรงละครแห่งชาติบุนราคุ โรงละครโชชิคูซะ ตรอกโฮเซนจิ โยโคโช และพิพิธภัณฑ์ภาพอุคิโยเอะคามิกาตะ บอกเลยว่าย่านนี้ของเค้าดีจริงมาย่านเดียวเที่ยวได้ครบทุกรูปแบบเลยล่ะค่ะ

วันที่สี่ 4 : ศาลเจ้านัมบะยาซากะ – ปราสาทโอซาก้า(ด้านนอก) – Mitsui Outlet Park Osaka Kadoma – ย่านชินเซไ...
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม  (มื้อที่ 4)

    จากนั้นพาทุกท่านเช็คอินจุดถ่ายรูปที่ ศาลเจ้านัมบะยาซากะ (Namba Yasaka Shrine) ตั้งอยู่ในย่านนัมบะของเมืองโอซาก้า ไฮไลท์ของศาลเจ้าแห่งนี้ คล้ายรูปปั้นหน้าสิงโตอ้าปากขนาดใหญ่หรือบ้างคนเรียกศาลเจ้าหน้ายักษ์ ที่เชื่อกันว่า สามารถกลืนกินปีศาจร้าย หรือ สิ่งไม่ดีทั้งหลาย ให้หายไป และนำพามาซึ่งความโชคดีให้แก่ผู้คน ปัจจุบันนักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการธุรกิจนั้น นิยมมาขอพรให้ประสบความสำเร็จกันที่นี่ ด้วยความสูง 17 เมตร ความกว้าง 11 เมตรและความลึก 7 เมตร อิสระให้ทุกท่านสักการะ และเก็บภาพที่ ศาลเจ้านัมบะ ยะซะกะ

    พาทุกท่านถ่ายภาพด้านหน้ากับ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ชมปราสาทเก่าแก่ของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่พำนักของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้รวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวในสมัยนั้น ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงเสร็จสมบูรณ์ยาวนานกว่า 16 ปี เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ในปัจจุบันปราสาทโอซาก้าก็ยังคงได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่น่าเกรงขามและยิ่งใหญ่ จนนับว่าเป็นหนึ่งในสามปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าปราสาท)   


    ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ(Namba Yasaka Shrine) ตั้งอยู่ในย่านนัมบะของเมืองโอซาก้า สามา...

    ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ(Namba Yasaka Shrine) ตั้งอยู่ในย่านนัมบะของเมืองโอซาก้า สามารถเดินเท้าจากจุดถ่ายรูปยอดฮิตอย่างป้ายโฆษณากูลิโกะประมาณ 15 นาทีเท่านั้น มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างหัวสิงโตปั้นหน้าตาดุดันขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า ด้วยความสูง 17 เมตร ความกว้าง 11 เมตรและความลึก 7 เมตร โดยเชื่อกันว่าปากของสิงโตตัวใหญ่นั้นจะสามารถกลืนกินสิ่งไม่ดีต่างๆ ปัดเป่าความชั่วร้ายให้หายไป และนำพามาโชคลาภเข้ามา ซึ่งกลายเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาสักการะขอพระเรื่องการเรียนหรือด้านการงานให้เกิดความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง อีกทั้งด้วยงานปั้นสิงโตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแม้จะมีใบหน้าท่าทางที่จะดูดุไปอยู่บ้างก็กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมสำหรับผู้คนที่มาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้เลยทีเดียว

    ปราสาทโอซากะ (ญี่ปุ่น: 大坂城 หรือ 大阪城) เป็นปราสาทญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในแขวงชูโอ...

    ปราสาทโอซากะ (ญี่ปุ่น: 大坂城 หรือ 大阪城) เป็นปราสาทญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในแขวงชูโอ นครโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น มีบทบาทในช่วงสงครามการรวมประเทศญี่ปุ่นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในยุคอาซูจิ–โมโมยามะ ปราสาทโอซากะมีสิ่งก่อสร้าง 13 อย่างที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุให้เป็นทรัพย์สมบัติสำคัญในทางวัฒนธรรม สิ่งที่มีชื่อเสียงมากเป็นพิเศษคือ ประตูขนาดใหญ่และและป้อมปราการที่อยู่ตามคูกำแพงเมืองรอบนอก กำแพงสูงชันที่สูงเกือบถึง 30 เมตร นั้นทำมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งส่งเข้ามาในโอซากะจากเหมืองที่อยู่ห่างออกไปมากกว่า 100 กิโลเมตร ความสูงของกำแพงและความกว้างของคูกำแพงเมืองที่เห็นนั้นไม่สามารถเทียบได้กับปราสาทอื่นๆในญี่ปุ่นได้เลย สิ่งที่น่าสนใจยังรวมถึง หลังคารูปปลาโลมาแปดตัวของหอ และหลังคาอยู่ประดับไปด้วยกระเบื้องและแกะสลักเป็นรูปเสือ ซึ่งทั้งหมดถูกชุบด้วยทองคำ หอสูงของปราสาทได้รับการซ่อมแซมใหม่ในปี พ.ศ. 2540 การซ่อมแซมในครั้งนี้ได้นำโครงสร้างอันงดงามของกำแพงความบริสุทธิ์และความสุกใสของทองคำกลับมาให้เราเห็นอีกครั้ง ความงดงามของปราสาทจึงได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอซากะ ในปี ค.ศ. 1583 โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ สั่งให้มีการก่อสร้างปราสาทโอซากะที่บริเวณวัดอิชิยามะฮงกัน โดยนำแบบผังมาจากปราสาทอาซูจิ อันเป็นศูนย์บัญชาการหลักของโอดะ โนบูนางะ โทโยโตมิต้องการจะสร้างให้เหมือนกับปราสาทอาซูจิ แต่สุดท้ายแล้วกลับโดดเด่นกว่า โดยหอคอยหลักมี 5 ชั้น และมีชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น มีใบไม้ทองที่ด้านข้างของปราสาท ทำให้ตัวปราสาทสวยงามโดดเด่นประทับใจผู้พบเห็น ในปี ค.ศ. 1585 เมื่อตัวปราสาทแล้วเสร็จ โทโยโตมิจึงเริ่มแผนขยายตัวปราสาทเพิ่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก จนประทั่งในปี ค.ศ. 1597 การก่อสร้างได้แล้วเสร็จและฮิเดโยชิได้เสียชีวิตลง ตัวปราสาทจึงตกเป็นของบุตรของฮิเดโยชิ คือ โทโยโตมิ ฮิเดโยริ ในปี ค.ศ. 1600 โทกูงาวะ อิเอยาซุ ปราบศัตรูลงได้ในยุทธการที่เซกิงาฮาระและเริ่มจัดตั้งรัฐบาลเอโดะ ในปี ค.ศ. 1614 โทกูงาวะเริ่มโจมตีกองกำลังของฮิเดโยริในช่วงหน้าหนาวจนเข้าสู่ยุทธการการล้อมโอซากะ[2] แม้กองกำลังของโทโยโตมิมีจะน้อยกว่ากองกำลังของโทกูงาวะเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ก็สามารถต้านทานทัพ 200,000 นายของโทกูงาวะและรักษากำแพงเมืองเอาไว้ได้ ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1615 ฮิเดโยริเริ่มขุดคูเมืองรอบนอกเพิ่มขึ้นอีกชั้น โทกูงาวะจึงได้ส่งกองกำลังของตนไปโจมตีปราสาทโอซากะอีกครั้งหนึ่งและสามารถเจาะกำลังทหารของโทโยโตมิเข้าไปในกำแพงเมืองได้เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ปราสาทโอซากะจึงตกเป็นของโทกูงาวะ และตระกูลโทโยโตมิก็ถึงคราอวสาน ในปี ค.ศ. 1620 โทกูงาวะ ฮิเดตาดะ โชกุนคนที่ 2 แห่งตระกูลโทกูงาวะ เริ่มบูรณะและสร้างปราสาทโอซากะขึ้นมาใหม่ ยกระดับหอคอยให้สูงขึ้น ภายนอกมี 5 ชั้น ภายในมี 8 ชั้น ก่อสร้างกำแพงใหม่ให้เป็นเกียรติแต่ตระกูลซะมุไรแต่ละคน กำแพงในสมัยนั้นยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้โดยนำหินมาจากทะเลเซโตะใน และสลักยอดด้วยชื่อของตระกูลที่อุทิศให้กับการสร้างกำแพงเหล่านี้ ในปี ค.ศ. 1660 เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่คลังแสงเป็นผลให้เกิดระเบิดและไฟไหม้ตัวปราสาท จากนั้นในปี 1665 เกิดฟ้าผ่าทำให้ตัวปราสาทหลักได้รับความเสียหายและพังลงมา หลังถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน รัฐบาลเอโดะต้องการจะซ่อมตัวปราสาทซึ่งมีส่วนให้ต้องซ่อมอีกมาก ในปี 1843 รัฐบาลจึงได้เรี่ยไรเงินจากประชาชนในท้องถิ่นเพื่อสร้างคอคอยขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1868 ปราสาทโอซากะถูกล้อมด้วยกองกำลังจักรพรรดิต่อต้านรัฐบาลเอโดะ และตัวปราสาทก็ถูกเผาในสงครามกลางเมืองสมัยการปฏิรูปเมจิ ต่อมา รัฐบาลเมจิได้ให้ปราสาทโอซากะเป็นคลังแสงผลิตปืน อาวุธยุทธภัณฑ์ และระเบิด เพื่อขยายขีดความสามารถทางการทหารของญี่ปุ่นในตามแบบตะวันตก[3] ในปี ค.ศ. 1928 ได้มีการสร้างหอคอยหลักขึ้นมาใหม่หลังจากที่เทศบาลเมืองโอซากะสามารถระดมทุนจากประชาชนมาจำนวนมาก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คลังแสงกลายเป็นแหล่งผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญของญี่ปุ่น มีคนงานกว่า 60,000 คน และเป็นเป้าหมายการโจมตีทางอากาศของฝ่ายพันธมิตรด้วย ทำให้ปราสาทโอซากะเสียหายอย่างหนักในช่วงท้ายสงครามเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945 จากการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ คลังแสงเสียหายไปร้อยละ 90 และคนงานเสียชีวิต 382 คน ในปี ค.ศ. 1995 เทศบาลนครโอซากะเริ่มต้นโครงการบูรณะปราสาทโอซากะอีกครั้ง โดยให้ภายนอกยังคงความเป็นยุคเอโดะ แผนการบูรณะแล้วเสร็จในปี 1997 ตัวปราสาทมีความทันสมัยขึ้นมาก มีลิฟต์ติดตั้งภายในและมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบสมัยใหม่มากมาย

  • เที่ยง

    อิสระอาหารเที่ยงเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน

  • บ่าย

    ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง Mitsui Outlet Osaka Kadoma สาขาใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและจัดเป็นห้างระดับแถวหน้าในญี่ปุ่น เป็นการรวมกันครั้งแรกระหว่างศูนย์การค้ากับเอาท์เล็ตขนาดใหญ่ไว้ด้วยกัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันถึง 4 ชั้น สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการช้อปปิ้งจากเอาท์เล็ตสินค้าแบรนด์เนมทั้งในและต่างประเทศในราคาสุดคุ้ม หาซื้อของฝากที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือลิ้มรสอาหารท้องถิ่น จากนั้นเดินทางสู่ ย่านชินเซไก (Shinsekai) หนึ่งในย่านแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในเมืองโอซาก้า มีแลนด์มาร์คที่สำคัญอย่าง หอคอยซึเทนคาคุตั้งอยู่ตรงกลาง และที่มากกว่าการช้อปปิ้ง บริเวณนี้ยังมีถนนแคบๆ ที่เรียกกันว่า จันจัน โยโกะโช แหล่งรวมร้านกินดื่มสำหรับคนญี่ปุ่น มีการเปิดไฟร้านเรียกแขกกันอย่างคึกคัก มีอาหาร ขนมและกับแกล้ม ให้ลองชิมกันมากมาย และยังมีร้านขายของที่ระลีกให้เลือกช้อปปิ้งกันอีกหลายร้าน หลังจากนั้นพาทุกท่านเดินทางสู่ที่พักเพื่อเช็คอินและพักผ่อนตามอัธยาศัย

    ย่านชินเซไก(Shinsekai) ย่านกลางคืนสุดเจ๋งที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งหนึ่...

    ย่านชินเซไก(Shinsekai) ย่านกลางคืนสุดเจ๋งที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า โดยชื่อชินเซไกสามารถแปลตรงๆตัวว่า “โลกใหม่” ที่ก็น่าจะหมายถึงโลกใบใหม่แห่งโอซาก้านั่นเองล่ะค่ะ ที่สำคัญมาที่เดียวได้มากกว่าแค่ช็อปปิ้งนะคะ เพราะยังมีหอคอยซึเทนคาคุ(Tsutenkaku)ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของย่านชินเซไกนี้ตั้งอยู่ตรงกลางอีกด้วย ที่นี่จะคึกคักแบบสุดๆก็ช่องกลางคืนนี่แหล่ะค่ะ บอกเลยว่าร้านค้าเพียบ ผู้คนมากินดื่มกันตามร้านตามๆอย่างเนืองแน่น บริเวณนี้ยังมีถนนแคบๆที่เรียกกันว่า จันจัน โยโกะโช(Jan Jan Yokocho)ที่เป็นแหล่งรวมร้านกินดื่มสำหรับคนญี่ปุ่น เปิดไฟร้านเรียกแขกคึกคัก มีอาหารและขนม และกับแกล้มให้ลองชิมกันมากมาย และแถวๆนี้ยังมีร้านขายของที่ระลีกให้เลือกช็อปปิ้งกันอีกหลายร้าน หลายคนที่ไปที่นี่จะพบเห็นหุ่นคล้ายลิงนั่งยิ้ม ตามมุมต่างๆที่เจอ นั่นก็คือบิลลิเคน(Billikan)หรือเทพแห่งโชคลาภนั่นเองที่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของย่านนี้อีกด้วย ที่มาแบบแรกๆเลยของย่านแห่งนี้ก็มาจากการที่บริเวณนี้ได้มีการจัดนิทรรศการขึ้นโดย National Industrial Exposition ในปี ค.ศ. 1903 ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้สามารถดึงดูดคนให้มายังย่านนี้ได้มหาศาลมากกว่า 5 ล้านคน ภายในระยะเวลา 5 เดือนเลยล่ะค่ะเรียกว่าเยอะมากๆ หากภายหลังจากหมดงานเทศกาลลงย่านนี้ก็ได้ถูกพัฒนาต่อไปอีกด้วยการสร้างหอคอย สวนสาธารณะ โรงหนัง และสวนสนุกอย่างที่เห็นในปัจจุบันนั่นเอง ถึงแม้ว่า “โลกใหม่” แห่งจะได้รับการพัฒนาจากภาครัฐไปมากช่วงปี 1900 ก็ตาม แต่ด้วยความเจริญเติบโตของย่านการค้าในเมืองอย่างย่านนัมบะ(Namba))ที่แลดูจะล้ำหน้าย่านนี้ไปเยอะ จึงทำให้ที่นี่ค่อยๆเงียบเหงาลงเรื่อยๆ แต่ก็เฉพาะถ้าเทียบกันในกลางวันเท่านั้นนะคะ ช่วงกลางคืนย่านนี้เรียกได้ว่าชนะขาด ถ้าหากจะพูดกันถึงทางผังเมืองทางตอนเหนือของย่านชินเซไกนี้ จะเห็นได้ว่าสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลมาจากเมืองปารีสซะส่วนใหญ่ ส่วนในตอนใต้นั้นถูกสร้างตามเกาะโคนี่ย์ในนิวยอร์ค เนื่องจากเป็นแหล่งกินดื่มที่ดังมากๆยามค่ำคืนแถวนี้จึงเต็มไปด้วยร้านสไตล์แบบท้องถิ่น โดยอาหารขึ้นชื่อของย่านนี้ที่ห้ามพลาดก็คือ คุชิคาสึ(kushikatsu) ของทอดเสียบไม้ มีทั้ง ไก่, เนื้อวัว, ฟักทอง และหน่อไม้ รวมถึงของหวานก็มีกล้วยและไอศกรีมทอดด้วยเช่นกัน ร้านส่วนใหญ่จะเปิด 24 ชั๋วโมง และจะคึกคักมากเป็นพิเศษในตอนหัวค่ำ ถ้าเที่ยวทั้งวันยังไม่หนำใจอยากจะสัมผัสชีวิตยามค่ำคืนของคนโอซาก้าแบบแท้ๆแล้วล่ะก็ต้องมาย่านชินเซไกด่วนๆเลย

  • เย็น

    อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัยเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน

    ที่พัก : Izumisano Center Hotel 3*หรือระดับใกล้เคียงกัน

    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนเดินทาง)


วันที่ห้า 5 : ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ – ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า  (มื้อที่5) บริการอาหารเช้าแบบ SET BOX 

    เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ เชียงใหม่ ประเทศไทย


  • 08.30

    ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสายการบิน VIET JET (VZ) เที่ยวบินที่ VZ823 

    (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่อง บนเครื่องมีจำหน่าย )


  • 12.30

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  •  การจองทัวร์และชำระค่าบริการ

    - กรุณาชำระค่ามัดจำ ท่านละ 15,000 บาท

    - ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระ 15-20 วัน ก่อนออกเดินทาง กรณีบริษัทฯต้องออกตั๋วหรือวีซ่าออกใกล้วันเดินทางท่านจำเป็นต้องชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือตามที่บริษัทกำหนดแจ้งเท่านั้น


เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด

    *กรณีมีเหตุยกเลิกทัวร์ โดยไม่ใช่ความผิดของบริษัททัวร์ คืนเงินค่าทัวร์โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง(ถ้ามี)

    *ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัดพร้อมค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์ข้างต้น (ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารถUpgradeที่นั่งเป็น Business Classได้ และต้องเดินทางไปกลับพร้อมตั๋วกรุ๊ปเท่านั้นไม่สามารถเลื่อนวันได้)


    ค่าที่พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการหรือ ระดับใกล้เคียงกัน


    ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ในรายการทัวร์ข้างต้น เจ้าหน้าที่บริษัท ฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


    ค่าประกันอุบัติเหตุตามกรมธรรม์วงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล ตามเงื่อนไขของบริษัทฯประกันภัยที่บริษัททำไว้ ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต ทุกกรณี ต้องมีใบเสร็จและเอกสารรับรองทางการแพทย์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่รวมประกันสุขภาพ ท่านสามารถสั่งซื้อประกันสุขภาพเพิ่มได้จากบริษัทประกันทั่วไป


    ค่าภาษีสนามบิน และค่าภาษีน้ำมันตามรายการทัวร์


    ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถ (กฎหมายไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม./วัน)


    ค่า Vat 7% และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%


    เจ้าหน้าที่บริษัท ฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


    กรณีพัก 3 ท่าน วันที่เข้าพักห้องโรงแรม ไม่มีห้อง TRP (3 ท่าน) อาจจำเป็นต้องแยกพัก 2 ห้อง(มีค่าใช้จ่ายพักเดี่ยวเพิ่ม) 

    กรณีห้อง TWIN BED (เตียงเดี่ยว 2 เตียง) ซึ่งโรงแรมไม่มีหรือเต็ม ทางบริษัทขอปรับเป็นห้อง DOUBLE BED แทนโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือ หากต้องการห้องพักแบบ DOUBLE BED

    ( 1 เตียงใหญ่  ) ซึ่งโรงแรมไม่มีหรือเต็ม ทางบริษัทขอปรับเป็นห้อง TWIN BED แทนโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

    กรณีห้องพัก 3 ท่าน TRP อาจเป็น เตียงเสริม หรือฟูกที่นอนเสริม ขึ้นอยู่กับแบบที่พักของโรงแรมนั้นๆ 

    กรณีห้องพักในเมืองที่ระบุไว้ในโปรแกรมมีเทศกาลวันหยุด มีงานแฟร์ต่างๆ บริษัทฯ ขอจัดที่พักในเมืองใกล้เคียงแทน  



         ค่าน้ำหนักกระเป๋า สายการบิน VIETJET (VZ) สัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง ไม่เกิน 20 กิโลกรัมและ ถือขึ้นเครื่องได้ 7 กิโลกรัม และค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบินที่มีการเรียกเก็บ และกรณีสัมภาระเกินท่านต้องเสียค่าปรับตามที่สายการบินเรียกเก็บ **กรณีท่านมีความประสงค์จะซื้อน้ำหนักเพิ่ม กรุณาแจ้งพร้อมจองทัวร์หรือก่อนเดินทางอย่างช้า 10 วัน พร้อมชำระค่าน้ำหนัก** ซื้อน้ำหนักเพิ่ม 15 กก. ชำระเพิ่ม 1,600 บาท / เพิ่ม 20 กก. ชำระเพิ่ม 2,100 บาทอ


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และเอกสารต่างด้าวต่างๆ


    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น


    ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)


    ค่าภาษีน้ำมันที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่มภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบิน และได้ทำการขายโปรแกรมไปแล้ว


    ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม


     ขออนุญาตเก็บค่าทิปไกด์วันแรก ณ สนามบิน ค่าทิปไกด์ คนขับรถ ท่านละ 1,500 บาท/ ท่าน สำหรับหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความประทับใจและน้ำใจจากท่าน


หมายเหตุ
  • กรุณาอ่านศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อนทำการจอง เพื่อความถูกต้องและความเข้าใจตรงกันระหว่างท่านลูกค้าและบริษัทฯ และเมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด


    ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ามันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ 


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การยกเลิกบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อการจลาจล, ภัยธรรมชาติ, การนาสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ 


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง


    เมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด 


    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองโรงแรมที่พักในต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยโรงแรมจัดในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนตามที่ระบุในโปรแกรม


    การจัดการเรื่องห้องพัก เป็นสิทธิของโรงแรมในการจัดห้องให้กับกรุ๊ปที่เข้าพัก  โดยมีห้องพักสำหรับผู้สูบบุหรี่ / ปลอดบุหรี่ได้ โดยอาจจะขอเปลี่ยนห้องได้ตามความประสงค์ของผู้ที่พัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมให้บริการของโรงแรม และไม่สามารถรับประกันได้ 


    กรณีผู้เดินทางต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อาทิเช่น ใช้วิวแชร์ กรุณาแจ้งบริษัทฯ อย่างน้อย14วันก่อนการเดินทาง มิฉะนั้น บริษัทฯไม่สามารถจัดการได้ล่วงหน้าได้


    มัคคุเทศก์ พนักงานและตัวแทนของผู้จัด ไม่มีสิทธิในการให้คำสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้นแทนผู้จัด นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้จัดกำกับเท่านั้น


    ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี เข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น ๆ 


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางหรือปรับราคาค่าบริการขึ้นในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 20 ท่าน 


ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบิน
  • **กรณีลูกค้าต้องการซื้อตั๋วเครื่องบินภายในประเทศกรุณาติดต่อคอนเฟิร์มเวลากับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง**


ข้อควรทราบก่อนการเดินทาง
  • **สำคัญ** สำเนาหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง (จะต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนก่อนหมดอายุนับจากวันเดินทางไป-กลับและจำนวนหน้าหนังสือเดินทางต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3 หน้า) **กรุณาตรวจสอบก่อนส่งให้บริษัทมิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบกรณีพาสปอร์ตหมดอายุ ** กรุณาส่งพร้อมพร้อมหลักฐานการโอนเงินมัดจำ


บทวิจารณ์

0/5
Not Rated
ขึ้นอยู่กับ 0 บทวิจารณ์
ไม่มีรีวิว

I TRAVELS CENTER ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿28,621.00
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เต็มใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿28,621
0 บทวิจารณ์
แพ็คเกจทัวร์ที่คุณอาจกำลังมองหา
เพิ่มเติม แพ็กเกจทัวร์ได้รับคะแนนสูง
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
TOKYO FUJI YOKOHAMA PINKMOSS 5วัน3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
OHAYO FUKUOKA  คิวชู คุมาโมโตะ ยูฟูอิน 5วัน 3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Welcome Spring TOKYO FUJI KAMIKOCHI 5วัน3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Refreshing TOKYO FUJI  SHIZUOKA OBUCHI SASABA 5วัน 3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Colourful HOKKAIDO  โทยะ อาซาฮิคาวะ ฟูราโน่ บิเอะ โอตารุ ซัปโปโร 6วัน4คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Flower Summer TOKYO FUJI 5วัน3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Explore Journey.. TOKYO FUJI Kamikochi Kawagoe 5วัน 3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿28,621