Colourful HOKKAIDO โทยะ อาซาฮิคาวะ ฟูราโน่ บิเอะ โอตารุ ซัปโปโร 6วัน4คืน

ญี่ปุ่น

Not Rated จาก 0 รีวิว
0/5

ไฮไลท์แพ็คเกจ

ตะลุยทุ่ง Lavender Tomita Farm สวนชิกิไซโนะโอกะ

ชมความงาม Aoiike Blue Pond เส้นทางสาย Patchwork

เช็คอิน จุดชมวิว Silo Observatory ฟาร์มหมีสีน้ำตาล หุบเขานรกจิโกคุดานิ คลองสายวัฒนธรรมโอตารุ

โรงงานช็อกโกแลต Ishiya ร้านเครื่องแก้วโอตารุ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

อิสระท่องเที่ยว 1 วันเต็ม!  พิเศษพัก!! โทยะออนเซ็น 1 คืน อาวาคาวะ 1 คืน พักเมืองซัปโปโร 2 คืน

เมนูพิเศษ!! Yakiniku Buffet 


กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา


06-11 กรกฎาคม 2024
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿44,721.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿7,020.00
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยว
฿9,500.00
13-18 กรกฎาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿45,871.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿7,020.00
พักเดี่ยว
฿9,500.00

20-25 กรกฎาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿45,871.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿7,020.00
พักเดี่ยว
฿9,500.00

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
  • 22.30

    พร้อมกันที่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน AIR ASIA X (XJ) มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและติดแท็กกระเป๋า 

วันที่สอง 2 : ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ – ท่าอากาศยานนิวชิโตะเซะ – เมืองโนโบริเบทสึ - หุบเขานรกจิโกค...
  • 02.05

    เดินทางสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบิน AIR ASIA X (XJ)  เที่ยวบินที่ XJ620 (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่อง บนเครื่องมีจำหน่าย) 

  • 10.40

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนิวชิโตะเซะ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร สำคัญ!!ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจับปรับ  


  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่1)

  • บ่าย

    จากนั้นเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบทสึ (Noboribetsu) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่งดงามไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ทะเลสาบ หนองบึงและแหลมรูปร่างแปลกตามากมาย มาญี่ปุ่นต้องเช็คอินภูเขาไฟที่ หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) เกิดจากภูเขาไฟซึ่งยังไม่ดับจึงก่อให้เกิดน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดอันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยังคงอยู่ น้ำร้อนในลำธารของหุบเขาแห่งนี้มีแร่ธาตุกำมะถันซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ มองเห็นควันจากน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา ให้ท่านถ่ายภาพตามอัธยาศัย 

    จากนั้นพาทุกท่านเดินทางไปที่ จุดชมวิว Silo Observatory เป็นจุดชมวิวที่ให้ท่านได้สัมผัสความกว้างใหญ่ของทัศนียภาพ ทะเลสาบโทยะ หรือ โทยะโกะ (Toyako) ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางของฮาโกดาเตะและซัปโปโร เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ โดยเป็นทะเลสาบรูปวงกลมที่มีเส้นรอบวงยาวประมาณ 40 กิโลเมตร โดยเกิดจากการระเบิดตัวของภูเขาไฟเมื่อหลายแสนปีที่ผ่านมา นอกจากตัวทะเลสาบแล้ว ยังมองเห็นเกาะนาคาจิมะ เขาอุสุ เขาโชวะชินซัง ย่านโทยะโกะออนเซ็นและปากปล่องภูเขาไฟนิชิยามะ นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นเขาโยเทย์ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นภูเขาฟูจิแห่งเอโซะทางทิศตะวันตก อิสระให้ท่านได้พักผ่อนและถ่ายภาพตามอัธยาศัยจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก 

    หุบเขานรกจิโกคุดานิ(Jigokudani noboribetsu ) หรือมีอีกชื่อหนึ่งที่เป็นฉายาที่ได้...

    หุบเขานรกจิโกคุดานิ(Jigokudani noboribetsu ) หรือมีอีกชื่อหนึ่งที่เป็นฉายาที่ได้รับการขนานนามว่า “Hell Valley”ตั้งอยู่เหนือย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ(Noboribetsu Hot Springs) ภายในจังหวัดฮอกไกโด(Hokkaido) เรียกได้ว่าเป็นหุบเขาที่มีความงดงามอันเลื่องชื่อเลยนะคะ อีกทั้ง น้ร้อนในลำธารของหุบเขาแห่งนี้มีแร่ธาตุกำมะถัน ซึ่งก็เป็นแหล่งต้นน้ำของย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึนั่นเองล่ะค่ะ โดยคนที่ชื่นชอบการผจญภัยแบบเบาๆน่าจะชอบที่นี่ไม่น้อย เพราะจะมีเส้นทางตามหุบเขาสามารถเดินไต่ขึ้นเนินไปเรื่อยๆประมาณ 20-30 นาที วิ่งแรกที่จะเห็นก็จะเป็นบ่อโอยุนุมะ(Oyunuma) ซึ่งบ่อนี้เป็นเป็นบ่อน้ำร้อนกำมะถัน อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส พอยิ่งขึ้นไปสิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก็ตรงที่จะมีบ่อน้ำร้อนให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆตลอดทาง ก็จะเป็นบ่อเล็กๆ บางบ่อมีอุณหภูมิที่ร้อนกว่า และยังมีบ่อโคลนอีกด้วย น้ำที่ไหลออกจากบ่อโอยุนุมะ เป็นลำธารเรียกว่า “โอยุนุมะกาว่า(Oyunumagawa)” ซึ่งไหลผ่านป่านเป็นแม่น้ำหลายร้อยเมตร จุดนี้เองเราสามารถนั่งเพลินพร้อมแช่เท้าท่ามกลางทัศนียภาพกันงดงามตระการตาของธรรมชาติที่แน่นมากๆ ยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีประมาณกลางเดือนตุลาคนของทุกปี ยิ่งถือเป็นช่วงพีคสุดของการท่องเที่ยวของที่นี่เลยนะคะ เพราะเราจะได้เห็นเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่รายล้อมเราเปลี่ยนเป็นสีแดงๆส้มๆทั่วทั้งพื้นที่ บอกเลยว่าสวยขั้นเทพเลยล่ะค่ะ

    Shikotsu Toya National Park Silo Observatory เป็นจุดชมวิวทะเลสาบโทยะ แบบพาโนราม่...

    Shikotsu Toya National Park Silo Observatory เป็นจุดชมวิวทะเลสาบโทยะ แบบพาโนราม่า และยังสามารถมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่รายรอบ ทะเลสาบโทยะ. ...บริเวณจุดชมวิว ยังมีบริการ เฮลิคอปเตอร์ ชมวิว ร้านของขนมและของฝากขึ้นชื่อของทะเลสาบโทยะ และร้านอาหาร ที่มีรายการกระทะร้อน และหม้อไฟชื่อดัง ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว

    ทะเลสาบโทยะ เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเมืองโทยะ เเละเป็นอีกหนึ่ง...

    ทะเลสาบโทยะ เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเมืองโทยะ เเละเป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ เเละเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยมันเป็นทะเลสาบรูปวงกลมที่มีเส้นรอบวงยาวประมาณ 40 กิโลเมตร โดยเกิดจากการเป็นปากปล่องภูเขาไฟดั้งเดิม เเละตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบชิโกสึมากนัก ทำให้กลายมาเป็นเเหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างมากอีกเเห่งของเมืองโทยะ เเละฮอกไกโด ความพิเศษที่น่าสนใจของทะเลสาบโทยะ ก็คือ ในช่วงฤดูหนาวนั้นน้ำในทะเลสาบจะไม่จับตัวกันเป็นน้ำเเข็งเเต่อย่างใด เพราะมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง โดยกลางทะเลสาบจะมีเกาะขนาดเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงกลาง ชื่อว่า เกาะนากาจิมะ โดยเป็นจุดที่นั่งท่องเที่ยวให้ความสนใจในการมาท่องเที่ยวชมไม่น้อย เเละเป็นจุดเเวะพักของเรือล่องทะเลสาบโทยะ ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีทั้งในส่วนของการเดินเล่น หรือเช่าจักรยานปั่นรอบทะเลสายเเห่งนี้ โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงปลายเดือนตุลาคม จะมีอีกไฮไลท์ที่มีความน่าสนใจก็คือการจุดพลุในช่วงเวลา 20.45 น. ของทุกๆ คืน ซึ่งเป็นภาที่มีความสวยงามเเละสร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว บริเวณโดยรอบของทะเลสาบโทยะ เต็มไปด้วยที่พักมากมาย เเละเป็นเเหล่งออนเซ็นที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก ซึ่งเเหล่งออนเซนเหล่านี้จะมีห้องที่สามารถชมความสวยงามของทะเลสาบโทยะได้อย่างชัดเจนอีกด้วย โดยทะเลสาบนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้เข้าไปเที่ยวชมฟรีทุกวัน ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งในยามเช้าเเละก่อนพลบค่ำนั้นเป็นช่วงเวลาที่น่ามาสัมผัสกับพระอาทิตย์ขึ้นลงที่ทะเลสาบเเห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง

  • เย็น

    รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่2)

    หลังอาหารไม่ควรพลาดประสบการณ์ สัมผัสวัฒนธรรม การอาบน้ำแร่ออนเซ็น (Onsen) น้ำแร่ในสไตล์ญี่ปุ่น ให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าน้ำแร่ธรรมชาตินี้มีส่วนช่วยเรื่อง ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น การบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้พร้อมบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง 

    ที่พัก: Toya Hanabi ONSEN หรือระดับใกล้เคียงกัน 

    ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง


    เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ การได้ปฎิบัติตามวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เป็นการเรียนรู้อย่...

    เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ การได้ปฎิบัติตามวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งครับ ถ้าได้ไปถึงญี่ปุ่นแล้ว หนึ่งกิจกรรมที่เราขอแนะนำให้ทุกคนไปลอง คือ แช่ออนเซ็น นี่แหละครับ นับว่าเป็นกิจกรรมดีต่อทั้งสุขภาพกายและช่วยคลายเครียดได้ดี แถมยังได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยก่อน ยิ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราที่เดินเที่ยวกันอย่างเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ออนเซ็นจะช่วยผ่อนคลายได้มากเลยครับ ช่วงนี้เข้าหน้าหนาวที่ญี่ปุ่นแล้ว หากได้แช่บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งแล้วมีลมเย็นหรือหิมะตกด้านนอกคงจะเป็นอีกหนึ่งโมเมนท์น่าประทับใจไม่รู้ลืม ออนเซ็น คือ บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติของญี่ปุ่นครับ เกิดจากการที่ประเทศญี่ปุ่นมีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ สามารถปะทุขึ้นมาอยู่จำนวนมาก เมื่อมีการปะทุหรือผุดขึ้นมาของน้ำร้อนจากใต้ดิน ก็เลยกลายเป็นบ่อน้ำร้อนได้ในที่สุดครับ โดยน้ำร้อนที่ซึมผ่านชั้นหินเหล่านั้น จะมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ ซึ่งแต่ละบ่อที่ปรากฏขึ้นก็มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเราแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานที่ ภูมิภาค และสภาพภูเขาไฟที่ให้กำเนิด ตัวอย่างเช่น บ่อออนเซ็นกำมะถัน, บ่อออนเซ็นธาตุเหล็ก, บ่อออนเซ็นซัลเฟต, บ่อออนเซ็นคลอไรด์ เป็นต้น บอกได้ว่าการ แช่ออนเซ็น เป็นธรรมเนียมและกิจกรรมที่ปฏิบัติกันมานานของคนญี่ปุ่น นอกจากคนญี่ปุ่นที่ชอบแล้ว ยังมีพัฒนาออนเซ็นหลายๆ ที่จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงให้นักท่องเที่ยวหลงใหลไปด้วยอีกต่างหาก บางแห่งเปิดเป็นเรียวกัง (ที่พักสไตล์ญี่ปุ่นสมัยก่อน) ที่มีออนเซ็นกลางแจ้งให้เราไปแวะไปพักผ่อนกัน นอกจากบ่อออนเซ็นกลางแจ้งในป่าในเขาที่เรียกว่า โรเต็นบุระ (Rotenbura) ยังมีออนเซ็นในอาคารให้เราได้แช่เช่นกัน แต่ต่างจากที่เราเห็นในภาพยนตร์อย่างเวลาห้องน้ำที่บ้านเสียมักจะชวนกันออกไปอาบน้ำข้างนอก นั่นเรียกว่า เซนโต (Sento) เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะของญี่ปุ่น น้ำที่ใช้อาบจะเป็นน้ำประปาต้ม ต่างกับออนเซ็นที่เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ นอกจากเรื่องของความรู้สึกขณะที่แช่แล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหรือทำงานมาทั้งวันได้ดีเลยครับ ส่วนประโยชน์ที่ส่งผลต่อสุขภาพ จะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ แขนขาบ่าไหล่จะรู้สึกเบาลง และยังช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จุดนี้เลยทำให้ผิวดูมีเลือดฝาดหรืออมชมพูขึ้นมาด้วย เป็นผลลัพธ์ที่สาวๆ น่าจะถูกใจ แล้วยังช่วยขับสิ่งอุดตันที่อยู่ภายใต้ผิวของเราด้วยครับ ถ้ามีแผลฟกช้ำก็จะหายไวขึ้น จากที่บอกว่า บ่อออนเซ็นแต่ละแห่งก็มีแร่ธาตุเด่นๆ แตกต่างกัน ประโยชน์ที่ได้จากแร่ธาตุก็ต่างกันไป เราจะมาเล่าคุณประโยชน์คร่าวๆ อย่างแร่ธาตุจำพวกแคลเซียมหรือแมกนีเซียม จะช่วยเรื่องอาการปวดตามข้อ ทำให้กระดูกแข็งแรง ธาตุกำมะถันจะช่วยลดอาการผิวหนังที่มีผดผื่น โรคความดันโลหิตสูง หรือการอักเสบในหลอดลม ธาตุเหล็กเหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคโลหิตจาง คลอไรด์จะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น เหมาะสำหรับคนที่มือและเท้าเย็นง่าย และธาตุจำพวกโพแทสเซียม โซเดียม คลอรีน จะช่วยรักษาสมดุลของน้ำภายในและนอกเซลล์ในร่างกายให้สมดุล การ แช่ออนเซ็น ที่ถูกต้อง ควรทำเพื่อร่างกายของเราเองและความถูกต้องตามธรรมเนียมของญี่ปุ่น โดยเริ่มจากอาบน้ำหรือล้างตัวทำความสะอาดร่างกายก่อนลงไปแช่ครับ เราแนะนำให้ใช้น้ำอุ่นในการราดตัวเพื่อเป็นการให้ร่างกายค่อยๆ ปรับอุณหภูมิก่อนจะลงบ่อ ซึ่งเทคนิคในการราดน้ำ ให้ลากจากปลายทางขึ้นมาหาต้นทาง เช่น จากเท้าขึ้นมาถึงเอว จากมือจนไปถึงหัวไหล่ (คนญี่ปุ่นเรียกว่า Kakeyu) ต้องค่อยๆ ปรับอุณหภูมิร่างกาย หากก้าวลงไปทั้งตัวเลยอาจทำให้หน้ามืดหรือเป็นลมได้ เพราะร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน โดยความร้อนของออนเซ็นจะอยู่ราว 40-44 องศา หากคุณเที่ยวตอนญี่ปุ่นหน้าหนาวแล้วกระโดดลงบ่อออนเซ็น ร่างกายรับไม่ไหวแน่ๆ ครับ ซึ่งวิธีแช่แบบคนญี่ปุ่น ควรเริ่มจากลงแค่ครึ่งตัวก่อน (Hanshin-yoku) น้ำจะสูงถึงระดับเอว สามารถขยับแขนขาเพื่อช่วยให้ร่างกายชิน จากนั้นค่อยลงแช่เต็มตัวจนน้ำสูงถึงระดับไหล่ (Zenshin-yoku) มารยาทที่ควรรักษา คือ การไม่ตะโกน หรือไม่ส่งเสียงดังครับ เพราะเราใช้บ่อร่วมกับผู้อื่นอยู่ ส่วนผ้าขนหนูที่หลายคนเห็น เวลาใครที่แช่น้ำร้อนแล้วเอาวางไว้บนศีรษะ นั่นจะต้องเป็นการวางผ้าขนหนูเย็น (อาจนำผ้าขนหนูผืนเล็กนั้นจุ่มน้ำเย็นก่อนลง) ครับ เพื่อช่วยให้เราไม่เกิดอาการเวียนหัวขณะที่แช่น้ำร้อนอยู่ แต่ต้องระวังไม่ให้ผ้าจุ่มลงไปในบ่อน้ำร้อนด้วยนะครับ กฏที่ทราบโดยทั่วกันในทุกบ่อ คือ ห้ามผู้ที่มีรอยสักลงแช่ครับ และหากเป็นครั้งแรกที่ไปออนเซ็นต้องดูแลตัวเองให้ดี เพราะร่างกายยังไม่เคยชินกับความร้อนในระดับสูง ไม่ควรลงแช่น้ำคนเดียว และอย่าลุกออกจากบ่อเร็วเกินไป เนื่องจากการเปลี่ยนอากัปกิริยากระทันหัน อาจทำให้มีโอกาสหน้ามืด และหลังแช่น้ำร้อนเสร็จ ร่างกายจะสูญเสียน้ำเยอะ ต้องดื่มน้ำเข้าไปเพื่อชดเชยครับ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ก่อนลงแช่ เพราะอุณหภูมิของน้ำจะทำให้ความดันโลหิตมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยปกติถ้ามีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายก็จะรู้สึกวูบวาบได้อยู่แล้ว หากคุณเพิ่งออกกำลังกายเสร็จหรือเพิ่งทานอาหารเสร็จอิ่มๆ ก็อย่าเพิ่งลงแช่ทันที และคนป่วยมีไข้ไม่ควรลงบ่อน้ำร้อนเช่นกัน เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายสูงอยู่แล้ว ร่างกายไม่ควรได้รับอะไรกระตุ้นเพิ่มอีก

วันที่สาม 3 : สวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน – เมืองโอตารุ - คลองโอตารุ – เครื่องแก้วโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดน...
  • เช้า

     รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่3)

    ชมความน่ารักของหมีสีน้ำตานที่ สวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน (Showa-Shinzan Bear Park) (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าชม แต่ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารหมี) ตั้งอยู่ใกล้กับ สถานีกระเช้าภูเขาไฟอุสุ (MT. Usuzan Ropeway) ชมความน่ารักของหมีสีน้ำตาล ที่นี่นั้นเป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาล โดยหมีของที่นี่ได้รับการดูแลและฝึกให้คุ้นเคยกับคน ทำให้ไม่มีนิสัยดุร้าย ท่านสามารถเยี่ยมชมลูกหมีสีน้ำตาลได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส และยังมีโซนห้องสังเกตการณ์พิเศษ ”กรงมนุษย์” ซึ่งจะมองเห็นหมีสีน้ำตาลเดินผ่านไปมา และได้ยินเสียงและกลิ่นของหมีผ่านรูระบายอากาศเล็กๆ ประหนึ่งว่าได้อยู่กับเจ้าหมีพวกนี้ระยะใกล้ พิเศษตรงเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหารเหล่าหมีทั้งหลายด้วย ขนมปัง และแอปเปิ้ล ซึ่งจะมีจุดจำหน่ายอาหารหมีกระจายอยู่ทั่วบริเวณ


    สวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน(Showa-Shinzan Bear Park) ตั้งอยู่ใกล้กับ สถานีกระเช้าภูเ...

    สวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน(Showa-Shinzan Bear Park) ตั้งอยู่ใกล้กับ สถานีกระเช้าภูเขาไฟอุสุ(Usuzan Ropeway) เป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาล นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมลูกหมีสีน้ำตาลได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส และมีหมีโตเต็มวัยที่ไม่ดุร้ายโชว์ลีลาอ้อนขออาหารจากนักท่องเที่ยว เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว หากใครต้องการใกล้ชิดกว่านี้ก็สามารถเข้าไปยังห้องสังเกตการณ์พิเศษ กรงมนุษย์ ซึ่งจะมองเห็นหมีสีน้ำตาลเดินผ่านไปมา และได้ยินเสียงและกลิ่นของหมีผ่านรูระบายอากาศเล็กๆ นอกจากนี้ยังยังขายขนมปัง และแอปเปิ้ล ให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารหมีอีกด้วย

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่4) 

  • บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ (Otaru) เมืองเก่าผสมผสานความงดงามของธรรมชาติ วัฒนธรรม และความทันสมัย ถ้าไม่มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึง คลองสายวัฒนธรรมโอตารุ(Otaru Canal) คลองสายวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์ชวนให้ค้นหา ด้วยความเป็นเอกลักษณ์แห่งวีถีชีวิต 2 ฝั่งคลองที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม คลองโอตารุสร้างเพื่อให้เรือเล็กลำเลียงสินค้าจากท่าเรือเอามาเก็บไว้ในโกดังที่อยู่ตามริมคลอง เมื่อวิทยาการเจริญก้าวหน้าเรือใหญ่จึงเปลี่ยนไปเข้าท่าที่ใหญ่และขนส่งเข้าโกดัง ได้ง่ายขึ้น ตึกเก่าเก็บสินค้าริมคลองเหล่านี้ จึงถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารสไตล์ต่างๆ และพิพิธภัณฑ์ 

    ความละเอียดของเครื่องแก้วผลงาน Handmade เครื่องแก้วโอตารุ (Kitachi Glass) แหล่งทำเครื่องแก้วที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของโอตารุ ชมความสวยงามของแก้วหลากสีสัน เหมือนอยู่ในโลกของจินตนาการ และยังมีเครื่องแก้วหลากหลายให้ท่านชื่นชม และเลือกซื้อได้ เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านการทำเครื่องแก้วประเภทต่างๆ เช่น แก้วเป่า แก้วตัด แก้วหลอม และเครื่องประดับที่ทำจากแก้ว เสน่ห์และความโรแมนติกที่น่าหลงไหล พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Otaru Music Box Museum) ให้ท่านได้ท่องไปในดินแดนแห่งเสียงดนตรีและบทกวีที่แสนอ่อนหวานชวนให้น่าหลงใหล ด้วยกล่องดนตรี (MUSIC BOX) อันมากมายหลากหลายและงดงามที่จะทำให้ท่านผ่อนคลายอย่างดี มากกว่า 3,000 แบบ รวมถึงท่านยังสามารถเลือกทำกล่องดนตรีแบบที่ท่านต้องการได้ด้วย อิสระให้ท่านได้ทำกล่องดนตรีน่ารักๆ ในแบบที่ท่านชื่นชอบด้วยตัวท่าน ช้อปปิ้งของขึ้นชื่อฮอกไกโดที่ โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi koibito park) ไปเยือนบ้านเกิดคุกกี้ของฝากชื่อดัง ขนมของฝากยอดฮิตจากฮอกไกโดนี้ผลิตโดยบริษัท Ishiya คุกกี้แผ่นบางกรุบกรอบประกบไวท์ช็อคโกแลตหวานละมุน นอกจากสูตรคลาสสิคนี้แล้วยังมีรสชาติใหม่ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย โดยสถานที่นี้มาเป็นธีมปาร์คที่มาในรูปแบบสวนสนุกช็อกโกแลต อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของที่ระลึกด้านหน้าและถ่ายภาพตามมุมสวยๆ มากมาย (ค่าทัวร์ไม่รวมการเข้าชมการผลิตด้านใน)  

    จากนั้นเดินทางเข้าสู่ เมืองอาซาฮิคาวะ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของฮอกไกโด ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาไดเซ็ทสึซัง เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าและการเกษตรที่สำคัญและมีธรรมชาติที่สวยงาม

    คลองโอตารุ (Otaru Canal) โค้งเลียบอ่าวที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเป็นสถานที่ท่องเที่ยว...

    คลองโอตารุ (Otaru Canal) โค้งเลียบอ่าวที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ในสมัยก่อนเคยเป็นเมืองท่าที่ใช้สำหรับขนถ่ายสินค้าไปยังคลังสินค้าตามแนวคลอง ปัจจุบันคลองนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และร้านอาหาร ช่วงกลางวันจะมีศิลปินมาแสดงผลงานศิลปะต่างๆ ให้ชมกัน ส่วนตอนกลางคืนจะมีการจุดตะเกียงประดับไฟ สร้างบรรยากาศแสนโรแมนติก บริเวณริมคลองนี้ในช่วงฤดูหนาวมีการจัดงานเทศกาลโอตารุ สโนว์สตอรี่ (Otaru Snow Story) เป็นงานที่แต่งแต้มสีสันให้กับทิวทัศน์ โดยจะมีการประดับไฟสวยงาม ส่องประกายระยิบระยับท่ามกลางหิมะสีขาว ทุกปีในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดไป

    โรงงานช็อกโกแลตฮอกไกโด Shiroi koibito park ไปเยือนบ้านเกิดคุกกี้ของฝากชื่อดัง ผจ...

    โรงงานช็อกโกแลตฮอกไกโด Shiroi koibito park ไปเยือนบ้านเกิดคุกกี้ของฝากชื่อดัง ผจญภัยไปในโลกแห่งช็อกโกแลตผ่านนิทรรศการและกิจกรรมมากมาย ร่วมเวิร์กช็อปลองแต่งคุกกี้หรือทำขนมด้วยตัวเอง พร้อมสวนกุหลาบและพิกัดถ่ายรูปสวยๆ ปิดท้ายด้วยการซื้อของฝากที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ได้ทั้งความสนุก ความรู้ และความทรงจำดีๆ เป็นที่ระลึกมากมาย Shiroi koibito park หรือที่คนไทยเรียกกันว่า โรงงานช็อกโกแลตฮอกไกโด ไม่ใช่โรงงานผลิตขนมจริงๆ นะ แต่เป็นธีมปาร์คที่มาในรูปแบบ สวนสนุกช็อกโกแลต แต่ใช้เดิมชื่อว่า Ishiya chocolate factory ตามชื่อบริษัท แต่เปลี่ยนมาเป็น Shiroi koibito park ตามผลิตภัณฑ์สุดฮิต ที่นี่มีกิจกรรมมากมาย สามารถมาเข้าชมการผลิตช็อกโกแลต ทดลองทำชิโรอิ โคอิบิโตะของตัวเอง เดินเล่นในสวนสไตล์อังกฤษ ชิมขนมที่มีขายเฉพาะที่นี่ ช้อปของฝากไม่ซ้ำใคร และยังมีจุดถ่ายภาพสวยๆ มากมาย ได้ทั้งประสบการณ์ ของฝาก รูปที่ระลึกเก๋ๆ และความประทับใจกลับไปเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะครอบครัวที่มากับเด็กๆ สายหวานผู้หลงรักในช็อกโกแลตและขนม สายถ่ายรูปที่กำลังหาที่แชะภาพสวยๆ หรือคนที่กำลังจัดแพลนเที่ยวฮอกไกโด ก็รับรองว่าสนุกสนานไม่ผิดหวัง

  • เย็น

    อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัยเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน 

    ที่พัก : Asahikawa Toyo Hotel หรือระดับใกล้เคียงกัน 

    ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนเดินทาง


วันที่สี่ 4 : เมืองบิเอะ - เส้นทางสาย Patchwork + Seven Stars + Tree Ken & Mary Tree – สวนชิกิไซโนะโอกะ...
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่5)  

     จากนั้นเดินทางสู่เมืองบิเอะ เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งรวมถึงทุ่งนา เนินเขา และภูเขา ความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม ตลอดเส้นทางแพทเวิร์ค (Patchwork road) ที่มีความสวยงามราวกับผ้าหลายผืนมาตัดปะวางต่อกันเป็นระยะทางยาว จะสวยเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน จุดชมวิวระหว่างทางที่น่าสนใจ คือ ต้นเคน และแมรี่ (Ken & Mary Tree) ทิวทัศน์ที่ใช้ในภาพยนตร์โฆษณา “สไกไลน์” ของบริษัทนิสสันมอเตอร์ ฉายในยุคทศวรรษ 1970 ทำให้ผู้คนต่างแวะเวียนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันมาเนิ่นนาน วิวต้นไม้ใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆลอยแบบนี้ทำให้นึกถึงนิยายที่อ่านในสมัยเด็กๆ ต้นเซเว่นสตาร์ส (Seven Stars Tree) ชื่อสุดคูลแบบนี้ได้มาเพราะต้นไม้นี้ถูกใช้เป็นภาพบนซองบุหรี่ยี่ห้อ SEVEN STARS ในปี ค.ศ. 1976 วิวของต้นโอ๊คยักษ์ที่ตั้งอยู่บนเนินอย่างสง่างาม ช่างเป็นภาพที่ดูแล้วสบายใจ ยิ่งในเวลาพลบค่ำใต้ท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาว จะยิ่งเป็นทิวทัศน์ที่จะทำให้คุณประทับใจ หอชมวิวโฮกุเซ (Hokusei Hill Observatory) เป็นหอชมวิวรูปทรงปิรามิด สามารถชมวิวรอบเมืองบิเอะ ในมุม 360 องศา และยังมีร้านขนม ของฝาก ไอศกรีม ร้านอาหาร และยังมองเห็นภูเขาโทคาจิอันกว้างใหญ่เป็นฉากหลัง แถมในหน้าร้อนยังเพลิดเพลินกับลาเวนเดอร์และทุ่งทานตะวันได้อีกด้วย

    นำท่านเดินทางชมความงดงามของดอกไม้ที่ สวนชิกิไซโนะโอกะ (Shikisai Hill) สวนแห่งนี้มีทุ่งดอกไม้หลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ดอกไม้ที่โด่งดังที่สุดคือทุ่งลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งในช่วงเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอกทิวลิป ดอกทานตะวัน ดอกซัลเวียและดอกไม้ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย (ค่าทัวร์รวมค่าเข้าชมฟาร์ม)ชื่นชมความงามของสระน้ำ Aoiike Blue Pond เกิดขึ้นในปี 1988 จากการก่อสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ลาวาจากภูเขาไฟโทคาจิที่ปะทุขึ้น ไหลไปยังพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ และการสร้างบ่อน้ำก็เป็นหนึ่งในกลยุทธนี้เพื่อลดผลกระทบ ในบ่อน้ำมีแร่ธาตุอะลูมิเนียมไฮดรอกไซต์ จึงทำให้น้ำในสระมีสีฟ้าสดใสอิสระให้ท่านเก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัย 


  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่6)

  • บ่าย

    และนำท่านชมความสวยงามของ ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm) มีขนาดพื้นที่ถึง 1,400 ไร่ในปี 1970 ทุ่งลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งสวยงามซึ่งที่ฟาร์มแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “จุดชมดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของเมือง” พร้อมทั้งยังมีดอกไม้อื่นๆ ที่จะมีการปรับเปลี่ยนในแต่ละเดือน เช่นดอกทิวลิป ดอกทานตะวัน ดอกซัลเวีย และดอกไม้ชนิดอื่นๆ อีกมากมาย

    เดินทางสู่ ซัปโปโร (Sapporo) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด และยังเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 5 ของญี่ปุ่นตามความหนาแน่นของจำนวนประชากร ซัปโปโรแบ่งออกเป็น 10 เขตที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย ตะลุยช้อปปิ้งที่ ดิวตี้ฟรี (Duty free) แหล่งช้อปปลอดภาษี ที่รวบรวมสินค้าราคาพิเศษ และมีชื่อเสียงที่เห็นแล้วต้องรู้ว่ามาจากประเทศญี่ปุ่นเช่น โฟมถ่านหินภูเขาไฟ วิตามิน อาหารเสริม ครีมต่างๆ ขนมญี่ปุ่นหลากหลายชนิด รวมไปถึงชาเขียว ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น เป็นต้น ให้ทุกท่านสามารถเลือกซื้อเป็นของฝาก

  • เย็น

    รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่7) เมนูพิเศษ! Yakiniku Buffet 

    ที่พัก: Mystays Susukino หรือระดับใกล้เคียงกัน 

    ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง

    หลังจากที่ท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักแล้ว แนะนำให้ท่านเพลิดเพลินเดินเล่นแหล่งกินดื่มหรืออิสระช้อปปิ้งได้ที่ ย่านทานุกิโคจิ (Tanuki Koji) ย่านช้อปปิ้งในร่มยาวประมาณ 1 กิโลเมตรถูกแบ่งเป็น 7 ส่วนหรือ 7 บล็อค สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายสินค้ามากมายกว่า 100 ร้าน อาหาร ยา เสื้อผ้า รองเท้า ABC Mart นอกจากสถานที่แห่งนี้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จะเป็นแหล่งชอปปิ้งแล้ว ยังใช้เป็นที่จัดกิจกรรม เทศกาลต่างๆ จะใช้เป็นจุดรวมพลของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น เพื่อนัดไปปาร์ตี้สังสรรค์กันต่อยามดึก และ ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ย่านแหล่งบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของญี่ปุ่น บาร์ ไนต์คลับ หรือร้านคาราโอเกะ


    ย่านทะนุกิโคจิ(Tanuki Koji) ถือว่าเป็นย่านช็อปปิ้งชื่อดังของเมืองซัปโปโร(Sapporo...

    ย่านทะนุกิโคจิ(Tanuki Koji) ถือว่าเป็นย่านช็อปปิ้งชื่อดังของเมืองซัปโปโร(Sapporo)เชียวค่ะ ที่ชอบสุดๆก็ตรงการที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งในร่มแบบว่าจะแดดแผดเผาหรือฝนตกเท่าไหร่ก็ไม่หวั่นช็อปปิ้งได้แบบไม่มีถอย เพราะที่นี่นั้นเค้าจะมีหลังคาคลุมยาวตามแนวถนน ยาว 1 กิโลเมตรถ้านับง่ายๆก็ประมาณ 7-8 บล็อกได้ค่ะ จนถึงแม่น้ำ Sosei ที่นี่เปิดมานานเป็นร้อยปีแล้วนะคะ นับว่าเป็นตลาดเก่าแก่ที่เปิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1873 แม้จะเก่าแต่บอกเลยว่าเก๋ามากของกินของใช้เดินช็อปกันอย่างเพลิน โดยสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 200 ร้าน ขายของที่ระลึก ขนม ของเล่น เครื่องสำอาง ช็อคโกแลต เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และร้านอาหารให้เลือกรับประทานมากมายย่านนี้ ปัจจุบันมีการจัดเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลทะนุกิ ในฤดูร้อน ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี แถวๆนี้ก็จะมีการประดับประดาไปด้วยไฟ และตกแต่งอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่พาให้บรรยากาศภานในเมืองและบรรยากาศกาค้าขายคึกคักมากเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ

    ถัดลงมาทางใต้จากสวนโอโดริและรถไฟใต้ดินเพียง 1 สถานี จะเป็นย่าน “ซูซูกิโนะ” ที่มี...

    ถัดลงมาทางใต้จากสวนโอโดริและรถไฟใต้ดินเพียง 1 สถานี จะเป็นย่าน “ซูซูกิโนะ” ที่มีร้านอาหารและแหล่งบันเทิงอยู่รวมกัน ตามชั้นต่างๆ ของหลายอาคารมากกว่า 4,000 ร้าน! ในช่วงกลางคืนย่านนี้จะมีสีสัน เต็มไปด้วยร้านกินดื่ม ที่เที่ยวกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของญี่ปุ่นถึงเปิดดึกแต่ย่านนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรบรรดาคลับบาร์ต่างๆ ส่วนหนึ่งจะอยู่ชั้นบนของอาคาร ต้องขึ้นลิฟต์ไป ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถหาร้านอาหารทานหรือจะเดินเล่นชมแสงสีต่างๆ ได้อย่างไม่ต้องกังวล

วันที่ห้า 5 : อิสระท่องเที่ยวตามอัธยาศัย หนึ่งวันเต็ม!
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่8)

    อิสระท่องเที่ยวตามอัธยาศัยไม่มีรถ อาหาร ไกด์และหัวหน้าทัวร์ให้บริการ ทุกท่านสามารถเดินท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง โดยมีไกด์แนะนำเส้นทาง

    โปรแกรมแนะนำ
    - อาคารเจอาร์ทาวเวอร์ (JR TOWER) เป็นตึกที่สูงที่สุดในซัปโปโร ตั้งอยู่ติดกับสถานีเจอาร์ซัปโปโร เป็นทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงภาพยนตร์ และศูนย์อาหาร มีร้าน BIG CAMERA จําหน่ายกล้องดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ร้าน100เยน, ร้าน UNIQLO ขายเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น, ร้าน MATSUMOTO KIYOSHI ขายยาและเครื่องสําอาง อาคาร JR TOWER มีจุดชมวิวตั้งอยู่ที่ชั้น 38 เรียกว่า T38 (Tower Three Eight) ที่ระดับ ความสูง 160 เมตร จึงมองเห็นทิวทัศน์เหนือเมืองซัปโปโรได้กว้างไกลสวยงามทั้งกลางวัน กลางคืน โดยเฉพาะยามคํ่าคืนจะมองเห็นทีวีทาวเวอร์ตั้งอยู่กลางสวนโอโดริ โดยมีแสงไฟ จากกลุ่มตึก ย่านซูซูกิโนะ ส่องสว่างที่จุดกลางเมืองติดๆ กันมีตึก ESTA ซึ่งที่ชั้น 10 เป็น ศูนย์รวมร้านราเมน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ร้าน ให้เลือกชิมอร่อยไม่แพ้ตรอกราเมนในย่าน ซูซูกิโน่ (ค่าทัวร์ไม่รวมตั๋วขึ้น จุดชมวิวราคาประมาณ 700-1000 เยน) 
    - ตลาดปลานิโจ (Nijo Market) ตลาดปลาใจกลางเมืองซัปโปโร แม้มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ด้วยกลางเมือง เดินทางสะดวกและสินค้าครบครัน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและต่างชาติจำนวนมาก ตลาดปลาแห่งนี้ประกอบไปด้วยร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ ร้านจำหน่ายสินค้าแปรรูป ต่างๆ ห้ามพลาด!!! สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติของปูขนยักษ์อันเลื่องชื่อแห่งเกาะฮอกไกโด ที่ตลาดแห่งนี้ท่านจะเห็นปูขนตัวเป็นๆ ว่ายน้ำในตู้ ที่ต้องบอกว่าราคาไม่แพง หรือจะเป็น หอยเชลย่าง ทีทานกับโชยุ นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารที่อยู่ด้านหลังผ้าม่านใสๆ กั้นฉาก หากท่านอยากทานอาหารปรุงสุก สดใหม่ก็สามารถออเดอร์ด้านหน้าและเข้าไปรอนั่งรับประทานด้านหลังได้เลย 
    - ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) ตั้งอยู่ที่เมืองซัปโปโร  (Sapporo) เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าของศาสนาพุทธนิกายชินโตที่มีความเก่าแก่ไม่เบาของเกาะฮอกไกโดเลย เพราะที่ศาลเจ้าแห่งนี้นั้นถูกสร้างในช่วงยุคเริ่มพัฒนาเกาะ ไม่เพียงแค่จะมาสักการะขอพรกับเทพเจ้าที่ประทับภายในศาลเจ้ามากถึง 4 องค์ แต่ด้วยความที่ตัวศาลเจ้าเองมีพื้นที่เชื่อมต่อกับสวนมารุยามะทำให้ถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวเด็ดๆ อีกแห่งหนึ่งของเมืองเลยทีเดียว และสามารถเดินทางไปได้ง่ายโดยการขึ้นรถบัสประจำทางหรือรถไฟ 
    - ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด หรือ อะคะเร็งงะ (Akarenga) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อิฐสีแดง ก่อสร้างเมื่อปีค.ศ. 1888  เป็นอาคารในสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกาโดยถอดแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างจากอิฐจำนวนกว่า 2.5 ล้านก้อน ศาลาว่าการมีทางเข้าด้านหน้าและสามารถเดินทะลุไปยังถนนอีกสายที่อยู่ด้านหลังได้ ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งทางผ่านที่ผู้คนในเมืองจะใช้เป็นเส้นทางสัญจรภายในเมือง จะเห็นว่ามีผู้คนเดินขวักไขว่ตลอดเวลา 
    - สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร ซึ่งแยกเมืองออกเป็นสองฝั่ง คือทางทิศเหนือและทิศใต้ สวนแห่งนี้ก็จะเป็นเสมือนแหล่งโอเอซิสของเมืองที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีและดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับความร่มรื่นในสวนแห่งนี้แล้วนั้น โดยสวนถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1871 เพื่อเป็นจุดแบ่งเขต ระหว่างด้านเหนือซึ่งเป็นส่วนของการบริหารเมือง กับด้านใต้ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัย และธุรกิจต่างๆ สวนแห่งนี้ได้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับประชาชน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย 
    - หอนาฬิกา (Sapporo Clock) หอนาฬิกาโบราณประจำเมืองซัปโปโรที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ แค่ภายนอกก็แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ขึงขลังที่ผ่านยุคสมัยมาหลายกาลและเวลา เพราะที่นี่เป็นสิ่งก่อสร้างสไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองซัปโปโรด้วย ข้างบนยอดตึกยังมีนาฬิกาโบราณที่ยังทำหน้าที่คอยบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง พร้อมทั้งเสียงระฆังที่ดังกังวานในทุกๆ ชั่วโมง เพื่อบอกเวลา อาคารหลังนี้มีสถาปัตยกรรมเป็นอาคารไม้ที่มีหลังคาสีแดงและผนังสีขาวออกเหลืองในสไตล์บ้านที่นิยมในอเมริกากลางและอเมริกาตะวันตกในช่วงยุคบุกเบิก (ค่าทัวร์ไม่ค่าเข้าชมหอนาฬิกา)
    - พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเบียร์ซัปโปโรในแต่ละยุคสมัย เพราะฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเบียร์ครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นแหล่งผลิตที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นยี่ห้อที่นิยมที่สุดในประเทศ ซึ่งมีการกลั่นเบียร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1877 มาจนถึงปัจจุบัน และยังส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ที่นี่จึงถือเป็นแหล่งที่เรียนรู้ถึงสินค้าที่มีชื่อเสียงดังไกลระดับโลก 

    อิสระอาหารเที่ยงและเย็นตามอัธยาศัยเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
    ที่พัก: Mystays Susukino หรือระดับใกล้เคียงกัน 
    ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง


    เมื่อกล่าวถึงฮอกไกโดแล้วคือตัวแทนของ “ความอร่อย” ของฮอกไกโดจะมารวมกันที่ซัปโปโร...

    เมื่อกล่าวถึงฮอกไกโดแล้วคือตัวแทนของ “ความอร่อย” ของฮอกไกโดจะมารวมกันที่ซัปโปโร และที่ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการกินของซัปโปโรคือตลาดกลางขายส่งเมืองซัปโปโร ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด ข้างๆ จะมี “ตลาดโจไก และศูนย์กลางตลาดขายส่งเมืองซัปโปโร” ที่คนทั่วไปจะสามารถสนุกสนานกับการรับประทานอาหาร หรือจับจ่ายซื้อของได้ และจะคับคั่งด้วยนักท่องเที่ยวและชาวซัปโปโรที่มาซื้อของทะเลหรือพืชผักผลไม้จากที่ต่างๆ ของฮอกไกโด “ตลาดปลานิโจ” ที่อยู่ใจกลางเมืองซัปโปโรก็มีชื่อเสียงในฐานะเป็นตลาดที่มีมาตั้งแต่สมัยเมจิ หากต้องการชิมอาหารอร่อยตามฤดูกาลของฮอกไกโดอย่างง่ายๆ หละก็ เชิญที่ตลาดได้เลย ขอเชิญเพลิดเพลินไปกับการชิมข้าวหน้าอาหารทะเลและซูชิ ที่ใช้อาหารทะเลสดๆ ที่เพิ่งซื้อมาในตอนเช้าอย่างเต็มที่ และขอเชิญรรับประทานปูเป็นๆ ในอ่างที่นำมาลวกน้ำร้อน … เป็นความอร่อยที่มีเฉพาะในตลาดเท่านั้น

    ศาลเจ้าฮกไกโด (北海道神宮, Hokkaidō Jingū) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่ในซัปโปโร...

    ศาลเจ้าฮกไกโด (北海道神宮, Hokkaidō Jingū) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่ในซัปโปโร ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในสวน Maruyama, Chuō-ku, ซัปโปโร, ฮอกไกโด, ศาลเจ้าฮอกไกโดประดิษฐานสี่ kami รวมถึงจิตวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ นักสำรวจยุคแรกๆ ของฮอกไกโด เช่น มามิยะ รินโซ ก็ประดิษฐานอยู่เช่นกัน ประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2412 โดยคำสั่งของจักรพรรดิเมจิ พิธีบูชาเทพสามองค์ (เทพเจ้าชินโต); Ōkunitama, Ōkuninushi และ Sukunahikona จัดขึ้นที่โตเกียว พวกเขาได้รับการประดิษฐานเป็นเทพเจ้าทั้งสามแห่งการบุกเบิกฮอกไกโด (開拓三神, Kaitaku Sanjin) และต่อมาพวกเขาถูกย้ายไปซัปโปโรโดยเจ้าหน้าที่ใน Kaitakushi รัฐบาลก่อนหน้าของจังหวัดฮอกไกโด อาคารชั่วคราวของศาลเจ้าสามคามิถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2413 ในเมืองซัปโปโร ถึงแม้ว่าที่ตั้งของศาลเจ้าจะแตกต่างจากจุดปัจจุบันที่ศาลเจ้าฮกไกโดตั้งอยู่ก็ตาม ในปี พ.ศ. 2414 ศาลเจ้าถูกสร้างขึ้นในตำแหน่งปัจจุบันและตั้งชื่อว่า "ศาลเจ้าซัปโปโร" (ศาลเจ้าซัปโปโร) และในวันที่ 14 กันยายนได้มีการจัดพิธีเปิด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 ถึง พ.ศ. 2489 ซัปโปโร-จินจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นหนึ่งในคันเป-ไทฉะ (官幣大社) ซึ่งหมายความว่ามันอยู่ในอันดับที่หนึ่งของรัฐบาลสนับสนุนศาลเจ้า ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิได้รับการประดิษฐานใหม่ที่นั่นในปี 2507 และอาคารได้รับการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น "ศาลเจ้าฮอกไกโด" ในปัจจุบัน ตัวอาคารถูกไฟไหม้ในปี 1974 และได้รับการบูรณะใหม่ในปี 1978

    ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด หรือ อะคะเร็งงะ(Akarenga) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อิฐสีแดง...

    ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด หรือ อะคะเร็งงะ(Akarenga) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อิฐสีแดง ทำเนียบแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปีค.ศ. 1888 เป็นอาคารในสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ทำเนียบแห่งนี้สร้างจากอิฐจำนวนกว่า 2.5 ล้านก้อนซึ่งเป็นอิฐที่ทำจากซิโรอิชิและโทโยชิร่า (Shiroishi&Toyohira) ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้ ๆ เมืองซัปโปโรส่วนผู้ที่ออกแบบอาคารนี้เป็นสถาปนิกท้องถิ่น และใช้วัสดุภายใน ประเทศ ในอดีตอาคารแห่งนี้เคยเป็นอาคารที่ใหญ่และสูงที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลเมจิ ผู้ว่าราชการคนแรกที่ได้ทำงานในตึกนี้คือ มิจิโตชิ อิวามูระ (Michitoshi Iwamura) แล้วใช้งานต่อเนื่องยาวนานถึง 80 ปี ก่อนที่จะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่เป็นอาคารทันสมัยสูง 10 ชั้นซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงเก่าหลังนี้ต่อมาทำเนียบถูกไฟไหม้ทำให้มีการบูรณะสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1911 ปัจจุบันทำเนียบอิฐแดงแห่งนี้ได้อนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม และใช้สำหรับต้อนรับบุคคลสำคัญทางการเมืองของรัฐบาลญี่ปุ่น ภายในทำเนียบยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่เคยเป็นที่ทำงานของผู้ว่าฯ อีกทั้งยังมีห้องจัดเป็นนิทรรศการแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวความเป็นมาของเมืองทั้งลักษณะภูมิศาสตร์ โบราณวัตถุ เรื่องราวเกี่ยวกับสงครามโลกและฟอลซิลสัตว์ยุคดึกดำบรรที่พบบนเกาะฮอกไกโดให้ได้ชมกัน

    สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park ) 大通公園มีประวัติการก่อตั้งย้อนหลังไปเมื่อหลายสิบ...

    สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park ) 大通公園มีประวัติการก่อตั้งย้อนหลังไปเมื่อหลายสิบปีก่อนเมื่อทางเมืองซับโปโรต้องการสร้างจุดศูนย์กลางที่สามารถเห็นได้เด่นชัดในการแบ่งเมืองทางตอนเหนือและทางตอนใต้ออกจากกันในยุคนั้นอาคารที่ล้อมรอบสวนสาธารณะโอโดริ นั้นเป็นเพียงแค่อาคารไม้ซึ่งในปัจจุบันยังคงเหลืออาคารเหล่านั้นให้เห็นอยู่บ้างในช่วงฤดูร้อนสวนสาธารณะโอโดริจะมีการจัดเทศกาลต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลดอกLilacและงาน YosakoiSoranในช่วงฤดูหนาวสวนสาธารณะแห่งนี้จะเป็นที่จัดแสดงของเทศกาลหิมะประจำปีของเมืองซับโปโรซึ่งจะมีความสวยงามและดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่น้อยส่วนหอโทรทัศน์ก็ตั้งอยู่บนจุดตะวันตกสุดของสวนสาธารณะโอโดริหอโทรทัศน์แห่งนี้เป็นหอที่มีความสูงที่สุดทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะมีความสูงประมาณ147.2 เมตรนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลิฟต์เพื่อไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซับโปโรโดยรอบได้โดยเสียค่าบริการ 700 เยน และในบริเวณเดียวกันก็จะมีแหล่งบันเทิงตั้งอยู๋ในแหล่งเดียวกัน ชื่อว่า “ซูซูกิโนะ”ซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงที่สำคัญประกอบด้วยร้านอาหารกว่า 4,000 ร้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ เพลิดเพลินไปกับอาหารนานาชนิด

    หอนาฬิกาซัปโปโระ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นจากไม้ ตั้งอยู่ใน...

    หอนาฬิกาซัปโปโระ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นจากไม้ ตั้งอยู่ในเขตชูโอ เมืองซัปโปโระ เมืองใหญ่ที่สุดของจังหวัดฮกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ออกแบบด้วยศิลปะแบบอเมริกัน เป็นอาคารทรงตะวันตกแห่งหนึ่งในจำนวนน้อยที่หลงเหลืออยู่ในเมืองนี้ เป็นที่รู้จักในฐานะสัญลักษณ์ของเมือง และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศแทบทุกคน ซึ่งนาฬิกาบนหอยังคงเดินอย่างเที่ยงตรง และมีเสียงระฆังในทุกชั่วโมง

    พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที...

    พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจะไปปักหมุดมากๆและน่าจะถูกใจคอเบียร์อย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ เพราะฮอกไกโดนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเบียร์ครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น เมืองซัปโปโรจึงเป็นแหล่งผลิตที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นยี่ห้อที่นิยมที่สุดในประเทศ ซึ่งมีการกลั่นเบียร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1877 มาจนถึงปัจจุบัน และยังส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ที่นี่จึงถือเป็นแหล่งที่เราจะสามารถเรียนรู้ถึงสินค้าที่มีชื่อเสียงที่ไม่ได้โด่งดังแค่ระดับประเทศนะคะ เพราะแบรนด์เบียร์ของฮอกไกโดนี้มีชื่อเสียงดังไกลระดับโลกเลยเชียวล่ะค่ะ พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร(Sapporo Beer Museum) นั้นเปิดเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 โดยในอดีตที่นี่เคยเป็นโรงกลั่นในช่วงยุคเมจิมาก่อน ต่อมาภายหลังจึงมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโรนี่เองค่ะ ด้านในของพิพิธภัณฑ์จะแนะนำประวัติของเบียร์ในญี่ปุ่น และกระบวนการขั้นตอนการผลิตเบียร์ ทั้งความละเอียดของข้อมูลและการจัดแสดงนี่ดีหมด เสียอย่างเดียวตรงที่ไม่ค่อยมีข้อมูลภาษาอังกฤษมากนัก ที่น่าจะถูกใจหลายคนแบบสุดก็ตรงบริเวณด้านหลังนิทรรศการมีให้ชิมเบียร์ฟรีอีกด้วยถ้าเดินทางเพลินจนเหนื่อยแล้วอยากหาที่นั่งชิลๆพร้อมเต็มพลังและเบียร์ที่ชิมมันน้อยเกินไป ก็สามารถเดินไปใกล้ๆกับตัวพิพิธภัณฑ์ได้นะคะ เนื่องจากเป็นสวนเบียร์ซัปโปโร(Sapporo Beer Garden) ประกอบด้วยร้านอาหาร 2 ร้าน คือ Garden Grill และ Genghis Kan Hall มีบรรยากาศสบายๆกับการดื่มเบียร์ และรับประทานบาร์บีคิวเนื้อแกะ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่นิยมมากๆและไม่อยากให้พล่ดทีเดียวค่ะ

วันที่หก 6 : ท่าอากาศยานนิวชิโตะเซะ – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่9)

    หรือบริการอาหาร แบบกล่อง SET BOX กรณีที่ พักอยู่ห่างจากสนามบินหรือกรณีห้องอาหารโรงแรมเปิดช้า

    เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนิวชิโตะเซะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ ประเทศไทย


  • 11.55

    เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน AIR ASIA X (XJ)  เที่ยวบินที่ XJ621

    (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าอาหารบนเครื่อง บนเครื่องมีจำหน่าย)


  • 17.50

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ ฿
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการทั้งหมด

    *กรณีมีเหตุยกเลิกทัวร์ โดยไม่ใช่ความผิดของบริษัททัวร์ คืนเงินค่าทัวร์โดยหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง(ถ้ามี)

    *ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัดพร้อมค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์ข้างต้น (ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารถUpgradeที่นั่งเป็น Business Classได้ และต้องเดินทางไปกลับพร้อมตั๋วกรุ๊ปเท่านั้นไม่สามารถเลื่อนวันได้)


    ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ในรายการทัวร์ข้างต้น เจ้าหน้าที่บริษัท ฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


    ค่าประกันอุบัติเหตุตามกรมธรรม์วงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล ตามเงื่อนไขของบริษัทฯประกันภัยที่บริษัททำไว้ ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต ทุกกรณี ต้องมีใบเสร็จและเอกสารรับรองทางการแพทย์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่รวมประกันสุขภาพ ท่านสามารถสั่งซื้อประกันสุขภาพเพิ่มได้จากบริษัทประกันทั่วไป


    ค่าภาษีสนามบิน และค่าภาษีน้ำมันตามรายการทัวร์


    ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถ (กฎหมายไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม./วัน)


    ค่า Vat 7% และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%


    ค่าน้ำหนักกระเป๋า สายการบิน AirAsia X (XJ) สัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง ไม่เกิน 20 กิโลกรัมและ ถือขึ้นเครื่องได้ 7 กิโลกรัม และค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบินที่มีการเรียกเก็บ และกรณีสัมภาระเกินท่านต้องเสียค่าปรับตามที่สายการบินเรียกเก็บ **กรณีท่านมีความประสงค์จะซื้อน้ำหนักเพิ่ม กรุณาแจ้งพร้อมจองทัวร์หรือก่อนเดินทางอย่างช้า 10 วัน พร้อมชำระค่าน้ำหนัก**  
    ซื้อน้ำหนักเพิ่ม 5 กก. ชำระเพิ่ม 700  บาท /เพิ่ม 10 กก. ชำระเพิ่ม 1,400 บาท/เพิ่ม 20 กก. ชำระเพิ่ม 3,500 บาท 


    กรณีพัก 3 ท่านถ้าวันที่เข้าพักห้องโรงแรม ไม่มีห้อง TRP ( 3 ท่าน) อาจจำเป็นต้องแยกพัก 2 ห้อง (มีค่าใช้จ่ายพักเดี่ยวเพิ่ม) 

    กรณีห้อง TWIN BED (เตียงเดี่ยว 2 เตียง) ซึ่งโรงแรมไม่มีหรือเต็ม ทางบริษัทขอปรับเป็นห้อง DOUBLE BED แทนโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือ หากต้องการห้องพักแบบ DOUBLE BED( 1 เตียงใหญ่) ซึ่งโรงแรมไม่มีหรือเต็ม ทางบริษัทขอปรับเป็นห้อง TWIN BED แทนโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    กรณีห้องพักในเมืองที่ระบุไว้ในโปรแกรมมีเทศกาลวันหยุด มีงานแฟร์ต่างๆ บริษัทขอจัดที่พักในเมืองใกล้เคียงแทน  

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และเอกสารต่างด้าวต่างๆ


    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น


    ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)


    ค่าภาษีน้ำมันที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่มภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบิน และได้ทำการขายโปรแกรมไปแล้ว


    ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม


    ค่าทิปไกด์ คนขับรถ ท่านละ 1,500 บาท/ท่าน สำหรับหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความประทับใจและน้ำใจจากท่าน


หมายเหตุ
  • กรุณาอ่านศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อนทำการจอง เพื่อความถูกต้องและความเข้าใจตรงกันระหว่างท่านลูกค้าและบริษัทฯ และเมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางหรือปรับราคาค่าบริการขึ้นในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน


    ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ามันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ 


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การยกเลิกบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อการจลาจล, ภัยธรรมชาติ, การนาสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ 


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง


    เมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด 


    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองโรงแรมที่พักในต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยโรงแรมจัดในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนตามที่ระบุในโปรแกรม


    การจัดการเรื่องห้องพัก เป็นสิทธิของโรงแรมในการจัดห้องให้กับกรุ๊ปที่เข้าพัก  โดยมีห้องพักสำหรับผู้สูบบุหรี่ / ปลอดบุหรี่ได้ โดยอาจจะขอเปลี่ยนห้องได้ตามความประสงค์ของผู้ที่พัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมให้บริการของโรงแรม และไม่สามารถรับประกันได้ 


    กรณีผู้เดินทางต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อาทิเช่น ใช้วิวแชร์ กรุณาแจ้งบริษัทฯ อย่างน้อย14วันก่อนการเดินทาง มิฉะนั้น บริษัทฯไม่สามารถจัดการได้ล่วงหน้าได้


    มัคคุเทศก์ พนักงานและตัวแทนของผู้จัด ไม่มีสิทธิในการให้คำสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้นแทนผู้จัด นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้จัดกำกับเท่านั้น


    ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี เข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น ๆ 


ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบิน
  • **กรณีลูกค้าต้องการซื้อตั๋วเครื่องบินภายในประเทศกรุณาติดต่อคอนเฟิร์มเวลากับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง**


ข้อควรทราบก่อนการเดินทาง
  • **สำคัญ** สำเนาหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง (จะต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนก่อนหมดอายุนับจากวันเดินทางไป-กลับและจำนวนหน้าหนังสือเดินทางต้องเหลือว่างสำหรับติดวีซ่าไม่ต่ำกว่า 3 หน้า) **กรุณาตรวจสอบก่อนส่งให้บริษัทมิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบกรณีพาสปอร์ตหมดอายุ ** กรุณาส่งพร้อมพร้อมหลักฐานการโอนเงินมัดจำ


บทวิจารณ์

0/5
Not Rated
ขึ้นอยู่กับ 0 บทวิจารณ์
ไม่มีรีวิว

I TRAVELS CENTER ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿44,721.00
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เต็มใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿44,721
0 บทวิจารณ์
แพ็คเกจทัวร์ที่คุณอาจกำลังมองหา
เพิ่มเติม แพ็กเกจทัวร์ได้รับคะแนนสูง
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
TOKYO FUJI YOKOHAMA PINKMOSS 5วัน3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
OHAYO FUKUOKA  คิวชู คุมาโมโตะ ยูฟูอิน 5วัน 3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Welcome Spring TOKYO FUJI KAMIKOCHI 5วัน3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Refreshing TOKYO FUJI  SHIZUOKA OBUCHI SASABA 5วัน 3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Colourful HOKKAIDO  โทยะ อาซาฮิคาวะ ฟูราโน่ บิเอะ โอตารุ ซัปโปโร 6วัน4คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Flower Summer TOKYO FUJI 5วัน3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿7,200
Explore Journey.. TOKYO FUJI Kamikochi Kawagoe 5วัน 3คืน
เริ่มต้นเพียง ฿44,721