Keep Memory Dream AUSTRIA GERMANY SWITZERLAND 7วัน 4คืน

ออสเตรีย

Not Rated จาก 0 รีวิว
0/5

ไฮไลท์แพ็คเกจ

สัมผัสบรรยากาศตลาดคริสต์มาสยุโรป กรุงเวียนนา และ เมืองมิวนิก 

นั่งรถไฟสู่หมู่บ้านเซอร์แมท ชมวิวยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น

ออสเตรีย เที่ยวเมืองฮิลส์สตัทท์ หมู่บ้านริมทะเลสาบสวยที่สุดในโลก

กรุงเวียนนา พระราชวังเชินบรุนน์ พระราชวังฮอฟบวร์ก

มหาวิหารเซนต์สตีแฟน ช็อปปิ้งถนน Karntner Strasse

เยอรมัน เยือนมิวนิก จัตุรัสมาเรียนพลัทช์ ศาลาว่าการ

สวิตเซอร์แลนด์ ลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล อนุสาวรีย์สิงโตสะอื้น

น้ำตกไรน์ น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ช้อปปิ้งถนนบานโฮฟชตราเซอร์

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา


14-20 พฤศจิกายน 2024
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿77,576.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿16,965.00
เด็ก 2-11 ปี ไม่เสริมเตียง (บาท)
฿70,361.00
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยว
฿15,500.00
อัพเกรดที่นั่งชั้นธุรกิจ Business Class เพิ่มจากราคาทัวร์ ** ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาเช็คที่นั่งกับเจ้าหน้าที่ก่อนทำการจอง **
฿120,000.00
06-12 ธันวาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿80,906.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿16,965.00
เด็ก 2-11 ปี ไม่เสริมเตียง (บาท)
฿73,691.00
พักเดี่ยว
฿15,500.00
อัพเกรดที่นั่งชั้นธุรกิจ Business Class เพิ่มจากราคาทัวร์ ** ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาเช็คที่นั่งกับเจ้าหน้าที่ก่อนทำการจอง **
฿120,000.00

26 ธันวาคม-01 มกราคม 2025
ผู้ใหญ่
฿88,676.00
ไม่มีราคาเด็ก (เด็ก INF อายุไม่เกิน 2 ปี )
฿16,965.00
เด็ก 2-11 ปี ไม่เสริมเตียง (บาท)
฿81,461.00
พักเดี่ยว
฿15,500.00
อัพเกรดที่นั่งชั้นธุรกิจ Business Class เพิ่มจากราคาทัวร์ ** ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาเช็คที่นั่งกับเจ้าหน้าที่ก่อนทำการจอง **
฿120,000.00

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
  • 22.30

    พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบิน EMIRATES (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร 

วันที่สอง 2 : ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ - ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ แวะพักเปลี่ยนเครื่อง – ท่าอากาศยาน...
  • 02.00

    นำท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดย สายการบิน EMIRATES (EK)  เที่ยวบินที่ EK377

  • 06.00

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต  แวะพักเปลี่ยนเครื่อง

  • 08.55

    นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา ประเทศออสเตรีย เที่ยวบินที่ EK127

  • 12.25

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา ประเทศออสเตรีย นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) เดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) (ระยะทาง 21 กม. / 30 นาที) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และร็อคโคโคที่เป็นแบบของออสเตรียที่งดงามที่สุดในยุโรป

    จากนั้นนำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านนอก พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace)  ใช้พระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศสเป็นต้นแบบ รายล้อมด้วยสวนที่จัดตกแต่งประดับประดา จากต้นไม้ ดอกไม้ตามฤดูกาล ภายในอุทยานเคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ. 2295 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก 

    ผ่านชม มหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephan’s Cathedral) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในอัครมุขมณฑลเวียนนา และเป็นที่ตั้งอาสนะของอาร์ชบิชอปแห่งเวียนนา สถาปัตยกรรมที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์ และ กอทิก ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่ 4 ดยุกแห่งออสเตรีย โบสถ์ที่อุทิศให้กับนักบุญสตีเฟนในบริเวณนี้มาตั้งแต่ปี 1147

    นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านนอก พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เป็นอดีตพระราชวังหลวงใจกลางกรุงเวียนนา ส่วนหนึ่งของพระราชวังในปัจจุบันเป็นที่พำนักและทำเนียบของประธานาธิบดีออสเตรีย จากนั้นให้ท่านอิสระเดินชม ถนน Karntner Strasse ถนนช้อปปิ้งหลักในเวียนนาและเป็นถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดในยุโรปเชื่อมต่อ State Opera กับtephansplatz นอกจากจะมีร้านค้าหลากหลายแบรนด์และร้านแฟชั่นต่างๆ แล้วยังได้เห็นอาคารประวัติศาสตร์ต่างๆ ในกรุงเวียนนา 

    เวียนนา เป็นเมืองหลวง เมืองใหญ่สุด และเป็นหนึ่งในเก้ารัฐของประเทศออสเตรีย เวียน...

    เวียนนา เป็นเมืองหลวง เมืองใหญ่สุด และเป็นหนึ่งในเก้ารัฐของประเทศออสเตรีย เวียนนาเป็นนครที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ โดยมีผู้อาศัยทั้งสิ้น 1.9 ล้านคน (2.6 ล้านคนถ้านับรวมปริมณฑล คิดเป็นหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศ) และยังเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง เวียนนาเป็นนครที่มีประชากรในเขตเมืองมากที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของสหภาพยุโรป ในช่วงก่อนเริ่มคริสต์ศตวรรษที่ 20 เวียนนาเป็นเมืองที่มีประชากรพูดภาษาเยอรมันมากที่สุดในโลก และในช่วงก่อนการแบ่งแยกของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี นครมีประชากรมากถึง 2 ล้านคนในปัจจุบัน เวียนนาเป็นเมืองที่มีประชากรพูดภาษาเยอรมันมากเป็นอันดับที่สองรองจากเบอร์ลิน เวียนนาเป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง อาทิ สหประชาชาติ โอเปก และโอเอสซีอี ตัวนครตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของออสเตรีย และอยู่ใกล้กับพรมแดนเช็กเกีย สโลวาเกีย และฮังการี โดยกลุ่มประเทศนี้ดำเนินงานร่วมกันในภูมิภาคยุโรปกลาง เวียยนามีประชากรในเขตปริมณฑลทั้งสิ้น 3 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับบราติสลาวา ใน ค.ศ. 2001 ย่านใจกลางเมืองได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก แต่ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 ย่านใจกลางเมืองถูกนำใส่รายชื่อแหล่งมรดกโลกที่อยู่ในอันตรายนอกจากนี้ เวียนนายังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "นครแห่งดนตรี" อันเนื่องจากมรดกทางดนตรีที่สำคัญ เวียนนายังถูกกล่าวขานว่าเป็น "นครแห่งความฝัน" เพราะเป็นบ้านเกิดของนักจิตวิเคราะห์คนแรกของโลกอย่างซีคมุนท์ ฟร็อยท์ บรรพบุรุษของชาวเวียนนาเป็นชาวเคลต์และชาวโรมัน ซึ่งได้อพยพมาในช่วงสมัยกลางและสมัยบารอก เวียนนาเป็นที่รู้จักในด้านแหล่งดนตรีแนวหน้าของยุโรป โดยมีดนตรีคลาสสิกแบบเวียนนามาตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 พื้นที่ใจกลางทางประวัติศาสตร์ของเวียนนาเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม ซึ่งรวมไปถึงพระราชวังและสวนแบบบารอก และถนนวงแหวนเวียนนา ซึ่งสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 รายล้อมไปด้วยอาคารใหญ่ อนุสรณ์ และสวนสาธารณะ เวียนนามีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก จากการสำรวจนครของโลก 127 แห่งใน ค.ศ. 2005 หน่วยอินเทลลิเจนซ์ของนักเศรษฐศาสตร์จัดอันดับให้เวียนนาเป็นนครที่น่าอยู่ที่สุดในโลก (ร่วมกับแวนคูเวอร์และซานฟรานซิสโก) ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 2011–2015 เวียนนาตกไปอยู่อันดับที่สอง โดยเป็นรองเพียงเมลเบิร์น และใน ค.ศ. 2018 เวียนนากลับไปอยู่อันดับที่หนึ่งอีกครั้ง ซึ่งต่อเนื่องมาจนถึง ค.ศ. 2019ในช่วงเวลาสิบปี (2009–2019) บริษัทคุณภาพชีวิตอย่างเมอร์เซอร์จัดอันดับให้เวียนนาได้อันดับหนึ่งในด้าน "คุณภาพความเป็นอยู่" จากการสำรวจนครรอบโลกกว่า 100 แห่ง โมโนเซิลจัดอันดับให้เวียนนาอยู่อันดับที่สองในด้านคุณภาพชีวิตประจำปี 2015 จากรายชื่อนครทั้ง 25 แห่งของโลก ยูเอ็น-ฮาบิแท็ต ประกาศให้เวียนนาเป็นนครที่รุ่งเรืองที่สุดในโลกประจำปี 2012–2013 ตัวนครเป็นอันดับที่หนึ่งของโลกในด้านวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมประจำปี 2007 และ 2008 และอยู่อันดับที่ 6 (จากนคร 256 แห่ง) จากดัชนีนครนวัตกรรมประจำปี 2014 ที่ใช้เกณฑ์ 162 ข้อจากสามประเด็น ได้แก่ วัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐาน และการค้า เวียนนาเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมผังเมืองอยู่บ่อยครั้ง และผังเมืองเวียนนาก็ถูกใช้เป็นตัวอย่างของนักผังเมืองด้วยเช่นกันในช่วงระหว่าง ค.ศ. 2005–2010 เวียนนาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในด้านการประชุมระดับโลก และมีนักท่องเที่ยว 6.8 ล้านต่อปี

    พระราชวังเชินบรุน (เยอรมัน: Schloss Schönbrunn) ตั้งอยู่ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเ...

    พระราชวังเชินบรุน (เยอรมัน: Schloss Schönbrunn) ตั้งอยู่ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึง พ.ศ. 2461 ออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก ภายในอุทยานเคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ. 2295 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ประวัติ จักรพรรดิมักซีมีเลียนที่ 2 เป็นผู้ต้นคิดเรื่องพระราชวัง ในปี ค.ศ. 1569 จักรพรรดิมักซีมีเลียนที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการซื้อที่ดินที่น้ำท่วมถึงริมฝั่งแม่น้ำเวน ตั้งอยู่ระหว่างเขตเมดลิงกับเขตไฮต์ซิง ที่ซึ่งเดิมประชาชนใช้ทำมาหากินและในปี ค.ศ. 1548 ได้มีการสร้างพระที่นั่งที่มีชื่อว่า แคตเตอร์เบิร์ก ซึ่งชื่อพระราชวังเชินบุรนน์ (Schönbrunn) แปลว่าน้ำพุอันสวยงาม ซึ่งชื่อนี้มาจากบ่อน้ำบาดาลที่พุดขึ้นมาบริเวณนั้น และพระจักรพรรดิได้ทอดพระเนตรเห็นเข้าในครั้งแรกที่เสด็จมาดูบริเวณนั้นจึงตั้งชื่อพระราชวังตามบ่อน้ำบาดาล นอกจากนี้พระนางมารี อองตัวเนต พระราชินีแห่งฝรั่งเศส ก็ยังเคยใช้พระชนม์ชีพในวัยเยาว์ในพระราชวังแห่งนี้อีกด้วย รวมถึงสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส ก็เคยมาประทับพักอยู่ ณ พระราชวังแห่งนี้กับพระราชโอรสของพระองค์ แต่เดิมด้านหลังของพระราชวังจะเป็นป่าใช้สำหรับล่าสัตว์แต่ภายหลังได้มีการจัดทำสวนดอกไม้สวยมากขึ้นมาอย่างเลิอค่า ต่อมาพระนางเอเลนอร์ กอนซากา ผู้ที่ชื่นชอบการล่าสัตว์เป็นอย่างมากได้เพิ่มเติมพระรางวังเข้ากับพระที่นั่งแคตเตอร์เบิร์กในภายหลัง และในปี ค.ศ. 1638 ตุรกีได้บุกรุกออสเตรียพระราชวังถูกทำลายและไม่ได้มีการบูรณะ ฟื้นฟูอีกเลย

    มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (St. Stephen’s Cathedral) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1147 มีเอ...

    มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (St. Stephen’s Cathedral) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1147 มีเอกลักษณ์เด่นคือยอดปลายแหลมของสถาปัตยกรรมแบบโกธิค (Gothic) เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของเมืองเวียนนา โบสถ์แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นทั้งผลงานศิลปะเชิงศาสนา และเป็นโบสถ์ที่สำคัญที่สุดของออสเตรีย มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของเมืองเวียนนา โบสถ์แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นทั้งผลงานศิลปะเชิงศาสนา และเป็นโบสถ์ที่สำคัญที่สุดของออสเตรีย โดยสถานที่แห่งนี้ถูกใช้จัดงานของรัฐและพิธีทางศาสนาอื่นๆ ในหลายๆ วาระ มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1147 เพื่ออุทิศแด่นักบุญสตีเฟ่น โดยสร้างตามสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโกธิค (Gothic) ที่ให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม และโรมานเนสก์ (Romanesque) ที่อ่อนช้อยงดงาม องค์ประกอบในสไตล์โกธิคส่วนใหญ่ของอาคาร เช่น หอคอย สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 14 และ 15 ครั้งหนึ่งมหาวิหารแห่งนี้ยังเคยเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปแห่งกรุงเวียนนา มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นผ่านการบูรณปฏิสังขรณ์ ต่อเติมมาหลายต่อหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ไฟไหม้ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองได้สร้างความเสียหายให้แก่บางส่วนของมหาวิหาร แต่มหาวิหารก็ได้รับการบูรณะใหม่จนกลับมาสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ โบสถ์หลังปัจจุบันสร้างขึ้นบนซากโบสถ์เดิมที่สร้างขึ้นมาก่อนหน้านั้นสองโบสถ์ ตัวโบสถ์ของมหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น มีขนาดใหญ่ ทรงสูง หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบกว่า 230,000 แผ่นและโมเสคที่เป็นรูปนกอินทรีสองหัวอันโดดเด่น โดยส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของโบสถ์คือกำแพงทางทิศตะวันตก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1237 มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ หอคอยทางทิศใต้ (Steffl) และ หอคอยทางทิศเหนือ (Pummerin) มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่นมียอดปลายแหลมๆ หลายยอด โดยส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์คือ หอคอยทางทิศใต้ (Steffl) ซึ่งสูงถึง 137 เมตร ภายในมีส่วนจัดแสดงผลงานศิลปะเชิงศาสนาที่จัดเรียงอยู่อย่างเป็นระเบียบ บริเวณช่องทางเดิน ขึ้นบันได 343 ขั้นของหอคอยทางทิศใต้เป็นสุสานใต้ดินและหลุมฝังศพอันงดงามของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเมื่อขึ้นไปยืนบนหอคอยทางทิศใต้จะสามารถชมทัศนียภาพของเมืองเวียนนาได้โดยรอบ ทั้งนี้หากว่านักท่องเที่ยวขึ้นลิฟต์ที่ หอคอยทางทิศเหนือ (Pummerin) ก็จะมีโอกาสได้ชมและตื่นตากับระฆัง "พุมเมอริน" ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นระฆังวิหารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในยุโรป โดยมีน้ำหนักมากถึง 20,130 กิโลกรัม เป็นระฆังที่มีเสียงไพเราะก้องกังวาน โดยระฆังที่แขวนอยู่ปัจจุบันเป็นระฆังอันใหม่ที่ได้รับมาจากรัฐ Upper Austria เมื่อปีค.ศ. 1951

    พระราชวังโฮฟบวร์ค (เยอรมัน: Hofburg) เป็นอดีตพระราชวังหลวงใจกลางกรุงเวียนนา ประเ...

    พระราชวังโฮฟบวร์ค (เยอรมัน: Hofburg) เป็นอดีตพระราชวังหลวงใจกลางกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ส่วนหนึ่งของพระราชวังในปัจจุบันเป็นที่พำนักและทำเนียบของประธานาธิบดีออสเตรีย พระราชวังสร้างในศตวรรษที่ 13 และมีการต่อเติมขยายส่วนเรื่อยมา พระราชวังแห่งนี้เป็นเสมือนหนึ่งศูนย์รวมอำนาจการปกครองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปและประวัติศาสตร์ออสเตรีย โดยเฉพาะในยุคของราชวงศ์ฮาพส์บวร์คซึ่งปกครองจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี สมาชิกพระราชวงศ์มักจะพำนักที่พระราชวังแห่งนี้ในฤดูหนาว และพำนักที่พระราชวังเชินบรุนในฤดูร้อน

    แปลจากภาษาอังกฤษ-Kärntner Straße เป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดใจกลางกรุงเวี...

    แปลจากภาษาอังกฤษ-Kärntner Straße เป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดใจกลางกรุงเวียนนา เริ่มต้นใกล้กับถนนวงแหวนเวียนนาบน Karlsplatz ซึ่งผ่านโรงละครแห่งรัฐเวียนนาและขึ้นเหนือไปยัง Stephansplatz ในใจกลางกรุงเวียนนา ที่ Stephansplatz Kärnter Straße บรรจบกับ Graben Kärntner Straße ร่วมกับ Graben และ Kohlmarkt ..

  • เย็น

    รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่1)

    ที่พัก : Austria Trend Ananas หรือโรงแรมระดับใกล้เคียงกัน

    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนวันเดินทาง)

    Highlight !  หลังเช็คอินโรงแรมแนะนำให้ ท่านเดินเที่ยวชมตลาดคริสต์มาส กรุงเวียนนา ตั้งอยู่บริเวณหน้า ศาลากลาง ที่มาพร้อมกับร้านค้ากว่า 150 ร้าน เพลิดเพลินไป
    กับของอร่อย ทั้งไส้กรอกเวียนนา ขนมปังขิง และไวน์ร้อน ที่เด็ด “Weihnachtspunsch” น้ำพันช์รสเข้มสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ให้ท่านได้ฟินสุดๆ ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้

วันที่สาม 3 : กรุงเวียนนา - หมู่บ้านฮัลส์สตัทท์ หมู่บ้านริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก - เมืองมิวนิก
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่2)

    นำทุกท่านเดินทางไปเที่ยวชม หมู่บ้านฮัลส์สตัทท์ (Hallstatt) (ระยะทาง 289 กม./ 4.15 ชม.) เป็นหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบสวยที่สุดในโลก อีกทั้งบรรยากาศและความเงียบสงบเหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจให้ท่านอิสระเดินถ่ายภาพเที่ยวชมวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านตามอัธยาศัย

    ฮัลล์สตัทท์ หนึ่งในเมือง ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ...

    ฮัลล์สตัทท์ หนึ่งในเมือง ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ออสเตรีย (Austria) ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Hallstatt See ที่จะทำให้ทุกคนต้องตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา สิ่งแรกที่ทำให้ฮัลล์สตัทท์ โดดเด่นคืออากาศอันแสนบริสุทธิ์ เงียบสงบ ฉากหลังเป็นภูเขาสูงชันโอบล้อมเมือง ทะเลสาบสีฟ้า บ้านเรือนน่ารักๆ ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ลงมาตามแนวเขา เมืองฮัลล์ทัทท์ (Hallstatt) เมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก สวยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภาพของหมู่บ้านที่มีเทือกเขาเป็นองค์ประกอบอยู่ด้านหลังที่งดงาม ราวกับภาพวาด คือภาพที่ได้ถูกเผยแพร่มากที่สุดของ ประเทศออสเตรีย ปัจุุบันเมืองฮัลล์สตัทท์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ใฝ่ฝันออยากมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิตอีกด้วย ฮัลล์ทัทท์ สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูกาลก็มีความสวยงามต่างกันไป ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะไล่เฉดตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม แดง ไปทั่วทั้งภูเขาและหมู่บ้าน ถ้าเป็นฤดูหนาวจะมีหิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั่วภูเขา โรแมนติกไปอีกแบบ

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่3) เมนูพิเศษ ปลาเทราต์ย่างท่านละ 1 ตัว 

  • บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิก (Munich) ประเทศเยอรมัน (ระยะทาง 209 กม./ 3 ชม.) เป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป มีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ พาทุกท่านไปเช็คอินสถานที่ชื่อดังที่มีความสำคัญของเมืองมิวนิก

    มิวนิก (อังกฤษ: Munich) หรือชื่อในภาษาเยอรมันคือ มึนเชิน (เยอรมัน: München, [ˈmʏ...

    มิวนิก (อังกฤษ: Munich) หรือชื่อในภาษาเยอรมันคือ มึนเชิน (เยอรมัน: München, [ˈmʏnçn̩] ( ฟังเสียง); บาวาเรีย: Minga, แม่แบบ:IPA-bar) เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐไบเอิร์น ประเทศเยอรมนี มีประชากรทั้งสิ้น 1.55 ล้านคน (กรกฎาคม 2020)[4] ในพื้นที่ 310 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามในเยอรมนีรองจากเบอร์ลินและฮัมบวร์ค และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้มีสถานะเป็นรัฐในตัวเอง ทั้งนี้ยังถือเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ในสหภาพยุโรป เขตมหานครและปริมณฑลมิวนิกมีผู้อยู่อาศัยราว 6 ล้านคน[5] มิวนิกตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอีซาร์ ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำดานูบ ทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ มิวนิกเป็นที่ตั้งสำนักงานเขตปกครองส่วนภูมิภาคโอเบอร์ไบเอิร์น และเป็นเขตปกครองที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงที่สุดในเยอรมนี (4,500 คนต่อ ตร.กม.) มิวนิกเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในพื้นที่ภาษาถิ่นไบเอิร์น รองจากกรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย

  • เย็น

    รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่4)

    ที่พัก : Holiday Inn Munich - South หรือโรงแรมระดับใกล้เคียงกัน

    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)

    Highlight !  หลังเช็คอินโรงแรมแนะนำให้ ท่านเดินเที่ยวชมตลาดคริสต์มาส เมืองมิวนิก ตั้งอยู่ที่จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ มีขายอาหาร เครื่องดื่ม โดยเฉพาะไส้กรอกเยอรมันที่มีหลายชนิดให้เลือก มีไวน์อุ่นที่ช่วยคลายความหนาว ขนมปังขิงที่หอมละมุน และยังมีสินค้าเกี่ยวกับวันพระคริสต์สมภพมาจำหน่ายอีกมากมายถือเป็นตลาดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก         

วันที่สี่ 4 : เมืองมิวนิก - จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ – ศาลาว่าการใหม่ - ศาลาว่าการเก่า – เมืองชาฟฟ์เฮาเซิน...
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่5)

    นำท่านสู่บริเวณ จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) จัตุรัสกลางใจเมืองในเขตเมืองเก่า ปัจจุบันที่เป็นเหมือนพื้นที่สำหรับงานพิธีต่างๆ ที่สำคัญของเมือง ถัดมาเป็น ศาลาว่าการใหม่ (New Town Hall) ที่ได้ใช้ทำการแทนศาลาว่าการเก่าตั้งแต่ปี 1874 เห็นได้ง่ายด้วยหอคอยแหลมสูงและการออกแบบและตกแต่งอย่างประณีตไม่แพ้ปราสาทหรือพระราชวัง บริเวณใกล้กันนั้นเป็น ศาลาว่าการเก่า (Old Town Hall) เป็นอาคารสีขาวสะอาดหลังนี้เป็นศาลาว่าการของเมืองมิวนิกมาตั้งแต่ปี 1310 แม้จะผ่านมากว่า 700 ปี แต่ก็ยังสวยและสง่า จากนั้นให้ท่านอิสระเดินเล่น หรือช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมตามอัธยาศัย

    จัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ (Marienplatz) เป็นจุดแลนด์มาร์กอันยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองมิวนิค...

    จัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ (Marienplatz) เป็นจุดแลนด์มาร์กอันยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองมิวนิค โดดเด่นด้วยอนุเสาวรีย์พระแม่มารีทองคำความสูง 11 เมตรใจกลางจตุรัส และสถาปัตยกรรมโกธิกอันสวยงามและยิ่งใหญ่ของศาลากลางสองหลังทางด้านเหนือและด้านตะวันออก เป็นจตุรัสที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมือง และยังเป็นศูนย์กลางทางด้านการท่องเที่ยว ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสันตะปาปาเคยเสด็จมาเยือนถึงสามพระองค์ (สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 6 ในปีค.ศ. 1782 สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ในปีค.ศ. 1980 และสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ในปีค.ศ. 2006) และยังเป็นสถานที่จัดตลาดคริสต์มาสประจำปี และเป็นที่เฉลิมฉลองวันครบรอบต่างๆ ของเมือง นอกจากนี้จัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ยังเป็นสถานที่ฉลองแชมป์ของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิคอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองมิวนิค

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่6)

  • บ่าย

    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ระยะทาง 311 กม. / 4.30 ชม.) เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในวงล้อมของประเทศเยอรมนีทั้ง 3 ทิศทาง โดยมี น้ำตกไรน์ (Rheinfall) ไหลผ่านเมือง ให้ท่านชมความงามของ น้ำตกไรน์เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐชาฟเฮาเซินกับรัฐซูริค น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 150 เมตรและสูง 23 เมตร ให้ท่านอิสระถ่ายภาพเก็บความประทับใจกับความสวยงามของน้ำตกไรน์ 

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) (ระยะทาง 52 กม. / 1 ชม.) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นศูนย์รวมทุกสิ่งของประเทศ เป็นเมืองเก่าเต็มไปด้วยอาคารยุคกลางและพิพิธภัณฑ์

    น้ำตกไรน์ (Rheinfall) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป[1][2] ตั้งอยู่บนแม่น้ำ...

    น้ำตกไรน์ (Rheinfall) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป[1][2] ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์บริเวณทางเหนือของนครซือริช บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐชัฟเฮาเซินกับรัฐซือริชในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำตกแห่งนี้มีความกว้าง 150 เมตรและสูง 23 เมตร ในช่วงฤดูหนาว จะมีปริมาณน้ำเฉลี่ยราว 250 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที และในฤดูร้อนจะมีน้ำเฉลี่ยมากถึง 600 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที[3] ปลาทั่วไปไม่สามารถว่ายขึ้นน้ำตกแห่งนี้ได้ มีเพียงปลาไหลเท่านั้นที่มีเทคนิคเฉพาะตัวในการไต่ขึ้นน้ำตก น้ำตกแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นในยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายเมื่อราว 14,000 ถึง 17,000 ปีที่แล้ว ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

  • เย็น

    รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่7)

    ที่พัก : Holiday Inn Zurich Messe หรือโรงแรมระดับใกล้เคียงกัน

    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)


วันที่ห้า 5 : เมืองซูริค – เมืองเบิร์น - เมืองมองเทรอซ์ - เมืองทาซ - นั่งShuttle Train สู่ หมู่บ้านเซอร์...
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่8)

    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบิร์น (Berne) (ระยะทาง 124 ก.ม. / 2 ชม.) เมืองมรดกโลกอันล้ำค่าที่ได้รับการอนุรักษ์มาสู่ปัจจุบันเบิร์น องค์การยูเนสโกประกาศให้ส่วนหนึ่งของเบิร์นเป็นเมืองมรดก เดินทางต่อสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux)  (ระยะทาง 89 กม./ 1.30 ชม.) เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักริมทะเลสาบเจนีวาที่ล้อมรอบด้วยไร่ไวน์และมีแบล็คกราวด์เทือกเขาแอลป์


  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่9)

  • บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองทาซ (Tasch) (ระยะทาง 139 กม. / 2 ชม.) จากนั้นเดินทางสู่ หมู่บ้านเซอร์แมท (Zermatt) ด้วย Shuttle Train จากสถานีรถไฟทาซสู่สถานีรถไฟเซอร์แมท (ราคาทัวร์รวมค่าโดยสารสำหรับการเดินทางสู่เซอร์แมทแล้ว) ให้ท่านเดินเที่ยวชมหมู่บ้านเซอร์แมทที่มีบรรยากาศสบายๆล้อมด้วยเขาสูงสวยงาม เป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น จากเมืองด้านล่างนี้ถ้าสภาพอากาศดีท่านจะสามารถมองเห็น ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิส เป็นสามเหลี่ยมคล้ายปิรามิดที่จุดสูงสุดบนยอด และมีความโดดเด่นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เคยเป็นโลโก้ของช็อคโกแล็ตดังทับเบอร์โรน ให้เวลาท่านอิสระเลือกเดินชมบรรยากาศความสวยงามของหมู่บ้านเซอร์แมทตามอัธยาศัย หรือเลือกซื้อ Optional tour!!  นั่งรถไฟสาย Gornergrat bahn หรือที่รู้จักกันในชื่อ รถไฟไต่เขา ขึ้นสู่ยอดเขากอร์นเนอร์แกรต (Gornergrat) เพื่อชมความสวยงามของยอดเขา Matterhorn โดยรถไฟเริ่มปีนไต่ระดับขึ้น ระหว่างทางมีไฮไลท์ของธรรมชาติพร้อมวิวของ Matterhorn ซึ่งส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี (ค่านั่งรถไฟสาย Gornergrat bahn ไม่รวมในค่าทัวร์)  

    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทาซ (Tasch) ด้วย Shuttle Train จากสถานีรถไฟเซอร์แมท สู่ สถานีรถไฟทาซ

    แซร์มัท (เยอรมัน: Zermatt) หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขา...

    แซร์มัท (เยอรมัน: Zermatt) หรือที่นิยมอ่านผิดว่าเซอร์แมท เป็นเมืองชนบทในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐวาเล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านการปีนเขาและสกีรีสอร์ทมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของเมืองจึงขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว แซร์มัทมีประชากร 5,714 คน (ค.ศ. 2016) ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของเมืองนี้ทำงานอยู่ในโรงแรมและร้านอาหาร[3] อย่างไรก็ตาม มีประชากรถาวรหนึ่งในสามเท่านั้นที่เป็นประชากรดั้งเดิมของแซร์มัท ส่วนที่เหลือย้ายมาจากต่างประเทศ[4] เมืองแซร์มัทมีกระเช้าลอยฟ้าให้บริการสู่ไคลน์มัทเทอร์ฮอร์น ซึ่งมีกระเช้าลอยฟ้าข้ามไปยังหมู่บ้านเบรย-แชร์วีเนีย (Breuil-Cervinia) ซึ่งตั้งอยู่ในฝั่งประเทศอิตาลี

  • เย็น

    อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัยเพื่อเป็นการไม่รบกวนเวลาของท่าน

    ที่พัก : Hotel Mountime หรือโรงแรมระดับใกล้เคียงกัน 

    (ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนวันเดินทาง)


วันที่หก 6 : เมืองทาซ - เมืองมองเทรอซ์ - เมืองลูเซิร์น – สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล - Schwanenplat...
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่10)

    นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne)  โดยวิ่งผ่านเมืองมองเทรอซ์ (Montreux) และ เมืองเบิร์น (Berne)  (รวมระยะทาง 334 กม. / 4 ชม.) 


  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่11) 

  • บ่าย

    นำท่านชม สิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิตที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 

    ชม สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ทอดข้ามผ่าน แม่น้ำรอยส์ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิสตลอดแนวสะพาน อิสระเดินเล่นที่ Schwanenplatz  แหล่งช้อปปิ้งหลัก มีร้านค้ามากมายบริเวณรอบๆขายงานฝีมือสวิสท้องถิ่น ร้านค้าบางร้านขายของที่ระลึก ช็อคโกแลต เครื่องประดับ ฯลฯ  

    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) (ระยะทาง 52 กม. / 1 ชม.) เป็นศูนย์รวมทุกสิ่งของประเทศ เป็นเมืองเก่าเต็มไปด้วยอาคารยุคกลางและพิพิธภัณฑ์  อิสระเดินเล่น ถนนบานโฮฟซตราเซอร์ (Bahnhofstrasse) ถนนการค้าเก่าแก่ที่รุ่งเรือง ตลอดสองข้างทางของถนน เรียงรายด้วยร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลกมากมาย จนได้ชื่อว่า “ถนนช้อปปิ้งที่แพงที่สุดในโลก”

    สะพานไม้ชาเปล (เยอรมัน: Kapellbrücke) เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำรอยส์ในนครลูเซิร์...

    สะพานไม้ชาเปล (เยอรมัน: Kapellbrücke) เป็นสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำรอยส์ในนครลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีอายุกว่า 600 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1365 เมื่อแรกสร้างมีความยาว 270 เมตร แต่เนื่องจากตลิ่งแม้น้ำที่งอกเพิ่มขึ้นตลอดหลายร้อยปี ทำให้ในปัจจุบันตัวสะพานเหลือความยาว 204.7 เมตร สะพานนี้ถือเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และถือเป็นหนึ่งในสะพานแบบโครงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลก ตลอดลำสะพานมีจิตรกรรมจำนวนมากที่วาดขึ้นในศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตาม จิตรกรรมกว่า 2 ใน 3 ได้ถูกทำลายจากเหตุเพลิงไหม้ในปี ค.ศ. 1993 แต่ได้รับการซ่อมแซมใหม่จนอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม ปัจจุบันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นอีกด้วย

    Bahnhofstrasseเป็น ถนนสายหลักของใจกลาง เมืองซูริกและเป็นหนึ่งในถนนช้อปปิ้งที่แพง...

    Bahnhofstrasseเป็น ถนนสายหลักของใจกลาง เมืองซูริกและเป็นหนึ่งในถนนช้อปปิ้งที่แพงและพิเศษที่สุดในโลก ในปี 2011 การศึกษาระบุว่า Bahnhofstrasse เป็นถนนที่แพงที่สุดสำหรับพื้นที่ค้าปลีกในยุโรป และแพงที่สุดเป็นอันดับสามของโลก[1]ในปี 2559 ถนนอยู่ในอันดับที่เก้า[2] บาห์นฮอฟสตราสเซอ Fröschengrabenที่RennwegtorประตูRennwegของป้อมปราการเก่าของซูริค มันเกิดขึ้นเมื่อป้อมปราการของเมืองถูกทำลายลงในปี พ.ศ. 2407 และมีการถมคูน้ำด้านหน้ากำแพง จนกระทั่งถึงเวลานั้น ชื่อของสถานที่นั้นคือ Fröschengraben ( Ditch of the Frogs ) ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็น Bahnhofstrasse ( ถนนสถานีรถไฟ ). Bahnhofstraße ใกล้ Bahnhofplatz Bahnhofstrasse เริ่มต้นที่ Bahnhofplatz ( Station Square ) หน้าZürich Hauptbahnhof ( 47°22′40″N 8°32′25″E ) ผ่านRennweg , AugustinergasseและParadeplatzก่อนที่จะสิ้นสุดหลังจาก 1.4 กม. ที่Bürkliplatz ( 47.3671°N 8.5409°E ) บนทะเลสาบซูริก ( ธนาคารแห่งชาติ ) ถนนสายนี้ส่วนใหญ่เป็นถนนคนเดินแต่ก็เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในโครงข่ายรถรางของซูริคด้วย ทางเหนือของ Paradeplatz ถนนมีเส้นทาง6 , 7 , 11และ13ในขณะที่ทางใต้มีเส้นทาง2 , 8 , 9และ11จุดจอดให้บริการที่ Hauptbahnhof, Rennweg, Paradeplatz, Börsenstrasse และ Bürkliplatz

  • เย็น

    อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัยเพื่อเป็นการไม่รบกวนเวลาช้อปปิ้งของท่าน

    ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติซูริค เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ (ระยะทาง 10 กม. / 15 นาที)


  • 21.50

     เดินทางกลับประเทศไทย โดย สายการบิน EMIRATES (EK)  เที่ยวบินที่ EK086

วันที่เจ็ด 7 : ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ แวะพักเปลี่ยนเครื่อง - ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
  • 07.05

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต  แวะพักเปลี่ยนเครื่อง

  • 08.55

    เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดย สายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK370

  • 18.05

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ► การจองทัวร์และชำระค่าบริการ 

    - กรุณาชำระค่ามัดจำ ท่านละ 35,000 บาท + ค่าบริการทำวีซ่า 5,900 บาท (40,900 บาท)

     กรุณาส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตและแบบฟอร์มกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าพร้อมเอกสารชำระมัดจำค่าทัวร์

    - ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระ 20-25 วัน ก่อนออกเดินทาง กรณีบริษัทฯ ต้องออกตั๋วหรือวีซ่าออกใกล้วันเดินทางท่านจำเป็นต้องชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือตามที่บริษัทกำหนดแจ้งเท่านั้น



เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • .   กรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการขอยกเลิกการเดินทาง

    ยกเลิกการเดินทาง 45 วันก่อนการเดินทางขึ้นไป  คืนเงินทั้งหมด (ทางบริษัทฯ ขอเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ เกิดขึ้นจริงเช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ค่ามัดจำโรงแรม  หรืออื่นๆ) 

    ยกเลิกการเดินทาง 25-45 วันก่อนการเดินทาง   คืนมัดจำ 50%  (ทางบริษัทฯ ขอเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้น จริงเช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ค่ามัดจำโรงแรม หรืออื่นๆ ) 

    ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 25 วันก่อนการเดินทาง เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามราคาทัวร์ที่ตามระบุในโปรแกรม



    เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทาง พร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น 


    กรณีผู้เดินทางถูกปฏิเสธการเข้า-ออกประเทศ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด


    กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้จะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง


    กรณีวีซ่าถูกปฏิเสธจากสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) ทางบริษัทจะทำการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริงดังต่อไปนี้ 

    ค่าธรรมเนียมและค่าบริการยื่นวีซ่า ทางสถานทูตจะไม่คืนค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านพิจารณา

    ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) ซึ่งตั๋วเป็นเอกสารที่สำคัญในการยื่น          วีซ่า หากท่านไม่ผ่านการพิจารณา ท่านจะเสียค่าตั๋วตามจริง

    ค่าห้องโรงแรมที่พัก ตามกฎท่านจะต้องโดนค่าห้องหากท่านไม่ปรากฏตัวตามวันที่เข้าพัก ทางโรงแรมจะยึดค่าห้อง ในทันที

    ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน


    ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 หมวด 2 ธุรกิจนําเที่ยว การยกเลิกการเดินทางของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวมีค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงเพื่อเตรียมการจัดนําเที่ยว ให้นํามาหักจากเงินค่าบริการที่ต้องจ่าย ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจนําเที่ยวแสดงหลักฐานให้นักท่องเที่ยวทราบ เช่น ค่าวีซ่า ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรม หรืออื่นๆ


ข้อมูลเอกสารในการขอวีซ่า
  • พาสปอร์ต โดยมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ โดยนับจากวันที่เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย และมีจำนวนหน้าเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า เพื่อให้ทางสถานทูตติดหน้าวีซ่า (หากมีอายุไม่เพียงพอ กรุณาดำเนินการทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ ก่อนจัดส่งให้กับเจ้าหน้าที) หากผู้สมัครเคยได้รับวีซ่าเชงเก้น กรุณาจัดส่งหลักฐานให้กับทางบริษัททัวร์      เพื่อนำไปแสดงต่อสถานทูต


    รูปถ่าย รูปสีหน้าตรง ฉากหลังสีขาว ขนาด 2x1.5นิ้ว หรือ 4.5x3.5cm  จำนวน2ใบ รูปถ่ายมีอายุไม่เกิน 3เดือน ห้ามตกแต่งรูป,ห้ามสวมแว่นตา,ห้ามใส่เครื่องประดับ,ห้ามใส่คอนแทคเลนส์ และต้องเป็นรูปที่ถ่ายจากร้านถ่ายรูปเท่านั้น


    เอกสารส่วนตัว สำเนาบัตรประชาชน/สำเนาทะเบียนบ้าน/สำเนาบัตรข้าราชการ (ภาษาไทย)


    หากมีเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม (ถ้ามี) ท่านจำเป็นต้องยื่นเอกสารให้สถานทูตตรวจสอบ พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้

    - สำเนาทะเบียนสมรส/สำเนาทะเบียนหย่า/สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)

    - สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยมีการเปลี่ยน)


    กรณีเด็กอายุต่ำกว่า18ปี (บิดาและมารดาเดินทางไปด้วย) จำเป็นต้องยื่นเอกสารเพิ่ม พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้

    - สำเนาทะเบียนบ้าน/สำเนาสูติบัตร


    กรณีเด็กอายุต่ำกว่า18ปี (บิดา/มารดา ไม่ได้เดินทาง) จำเป็นต้องยื่นเอกสารเพิ่ม พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้

    - สำเนาทะเบียนบ้าน/สำเนาสูติบัตร

    - หนังสือยินยอมจากบิดา-มารดา/สำเนาพาสปอร์ตบิดา-มารดา


    โดยต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครอง บิดา-มารดาเท่านั้น หากเด็กเดินทางไปกับบิดาเพียงผู้เดียว จะต้องมีหนังสือรับรองยินยอมให้บุตรเดินทางจากมารดา หรือหากเด็กเดินทางกับมารดาเพียงผู้เดียว จะต้องมีหนังสือรับรองยินยอมให้บุตรเดินทางจากมารดาบิดา หากเด็กไม่ได้เดินทางกับบิดา-มารดา จะต้องมีหนังสือรับรอง ยินยอมให้บุตรเดินทางกับบุคคลที่สาม พร้อมกับยินยอมสนับสนุนค่าใช้จ่ายการเดินทางให้กับเด็ก โดยสามารถขอเอกสารได้ที่สำนักงานเขต/อำเภอตามหลักฐานที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของท่าน (พร้อมแนบสำเนาพาสปอร์ต/สำเนาบัตรประชาชนของบิดา-มารดา) โดยมีนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต ลงนามและประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยวันนัดหมายที่เด็กแสดงตัวยื่นคำร้องขอวีซ่า บิดา-มารดา จำเป็นต้องเดินทางไปแสดงตัวพร้อมกับบุตร และเซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าที่ที่รับยื่นวีซ่า กรณีบิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว



    หลักฐานการงาน/หนังสือรับรองการทำงาน ที่ทำงานปัจจุบัน (เอกสารมีอายุ 30 วัน ก่อนยื่นคำร้องขอวีซ่า)

    4.1 กรณีเป็นพนักงานทั่วไป ทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานปัจจุบัน   โดยระบุตำแหน่งงาน, เงินเดือนที่ได้รับ, วัน เดือน ปี ที่เริ่มทำงาน, และช่วงเวลาที่ขอลางานไปเที่ยวยุโรป (โดยไม่ต้องระบุชื่อประเทศ ให้ใช้ European แทน) และกลับมาปฏิบัติงานตามปกติหลังครบกำหนดวันลา พร้อมประทับตราบริษัท และลงนามผู้มีอำนาจอย่างชัดเจน (เอกสารออกจากหน่วยงานเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

    4.2 กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ ใช้สำเนาใบทะเบียนการค้า (พค.0403), หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทฯ (DBD), (คัดสำเนาไม่เกิน 90 วัน พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ)

    4.3 กรณีที่เป็นนักเรียน/นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองฉบับจริงจากสถาบันการศึกษาเท่านั้น สถานทูตไม่รับพิจารณาบัตรนักเรียน, ใบประกาศนียบัตร และใบรับรองผลการเรียน (เอกสารมีอายุ 30 วัน ก่อนยื่นคำร้องขอวีซ่า)

    4.4 กรณีที่เกษียณอายุจากงานราชการ กรุณาแนบสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ

    4.5 กรณีเป็นแม่บ้าน ใช้สำเนาทะเบียนสมรส/ใบมรณะ(กรณีคู่สมรสเสียชีวิต), หลักฐานการเงินของตนเองหรือสามี   ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางร่วมกันกับสามี จำเป็นต้องมีจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายจากสามี (Sponsor Letter) ระบุชื่อ-สกุล    วัน เดือน ปีเกิด ของสามีและบุตร ที่มีความสัมพันธ์ร่วมกัน (จดหมายชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

    4.6 กรณีกิจการที่ไม่ได้จดทะเบียน อาทิ ร้านขายของทั่วไป, อาชีพอิสระ (Freelance), ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ฯลฯ จำเป็นต้องเขียนจดหมายแนะนำตนเอง ชี้แจงรายละเอียดการทำงาน แหล่งที่มาของรายได้ พร้อมแนบหลักฐานหรือเอกสารประกอบ อาทิ รูปถ่ายร้าน, สัญญาเช่า, โฉนดที่ดิน ฯลฯ เป็นต้น (จดหมายชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)


    หลักฐานการเงิน


    5.1 กรณีออกค่าใช้จ่ายเอง Statement  รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน (กรุณาเลือกบัญชีที่มีประวัติการเดินบัญชีที่สมบูรณ์ มียอดเงิน เข้า-ออก สม่ำเสมอ) และมียอดเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีนั้นๆไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะทางการเงินเพียงพอ ครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อนเมื่อท่านเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา โดย Statement ต้องเป็นฉบับภาษาอังกฤษ และออกจากธนาคารเท่านั้น หากผู้ยื่นคำร้องวีซ่า ปริ้นเอกสารผ่าน Internet/Application ท่านจำเป็นต้องนำเอกสารไปให้ธนาคารประทับตราอีกครั้ง

    5.2 ผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง จำเป็นต้องเขียนหนังสือรับรอง ชี้แจงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับผู้เดินทาง (Sponsor Letter) และขอหนังสือรับรอง/สนับสนุนค่าใช้จ่ายจากทางธนาคารเท่านั้น โดยให้บุคคลที่เป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) ดำเนินการตามเอกสารข้างต้น พร้อมกับขอจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคาร Bank  Sponsor/Bank Guarantee ที่ออกจากทางธนาคารเท่านั้น โดยระบุชื่อผู้สนับสนุนที่เป็นเจ้าของบัญชี (Sponsor) และระบุชื่อผู้เดินทาง/ผู้ที่ได้รับการสนับสนุน เอกสารต้องเป็นฉบับภาษาอังกฤษ และสะกดชื่อ - สกุล ให้ตรงกับพาสปอร์ตที่ใช้เดินทางเท่านั้น   (กรุณายื่นขอจากธนาคารล่วงหน้า บางแห่งอาจใช้เวลาดำเนินการนานถึง 3 วัน)


    แบบฟอร์มกรอกข้อมูลสำหรับยื่นวีซ่าเชงเก้น

    เพื่อประโยชน์ในการยื่นวีซ่า กรุณากรอกแบบฟอร์มสำหรับยื่นวีซ่าท้ายโปรแกรมทัวร์ให้ตรงกับข้อมูลความเป็นจริง เนื่องจากบริษัทฯ ต้องนำส่งข้อมูลให้กับทางสถานทูตพิจารณา เพื่ออนุมัติคำร้องขอวีซ่า และทางบริษัทฯ ไม่สามารถกรอกประวัติ/ข้อมูลส่วนตัวแทนผู้สมัครได้ หากสถานทูตตรวจพบว่าข้อมูลของท่านเป็นเท็จ/ข้อมูลไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง ท่านอาจถูกปฏิเสธวีซ่า หรืออาจส่งผลให้ระยะเวลาดำเนินการพิจารณาเอกสารล่าช้ามากยิ่งขึ้น


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัดพร้อมค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์ข้างต้น  


    ค่าที่พักห้องละ 2-3 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการหรือ ระดับใกล้เคียงกัน


    ตั๋วกรุ๊ปไม่สามารถ Upgrade ที่นั่งเป็น Business Class ได้ และต้องเดินทางไป-กลับพร้อมตั๋วกรุ๊ปเท่านั้นไม่สามารถเลื่อนวันได้ ใน กรณีที่ท่านต้องการแยกวันเดินทางกลับหรือไปก่อน โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามราคาอีกครั้ง และการจัดที่นั่งของผู้เดินทาง เป็นการจัดการภายในของสายการบิน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปเพื่อแทรกแซงได้ 


    ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ในรายการทัวร์ข้างต้น เจ้าหน้าที่บริษัท ฯ คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


    ค่าน้ำหนักกระเป๋า สัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง 30 กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องได้ 7 กิโลกรัม และค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบินที่มีการเรียกเก็บ และกรณีน้ำหนักสัมภาระเกินท่านต้องเสียค่าปรับตามที่สายการบินเรียกเก็บ 


    การประกันการเดินทาง บริษัทฯ ได้จัดทำแผนประกันภัยการเดินทางสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ กับ Allianz Travel แบบแผนประกันภัย Group tour โดยแผนประกันจะครอบคลุมอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นภายในวันเดินทาง และลูกค้าต้องทำการรักษาในโรงพยาบาลที่ประกันครอบคลุมการรักษาเท่านั้น (เข้ารับรักษาในรูปแบบอื่นๆ ประกันจะไม่ครอบคลุม) ซึ่งสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ กรณีลูกค้าต้องการซื้อประกันเพิ่มวงเงินคุ้มครอง เพิ่มความคุ้มครอง สามารถแจ้งบริษัทฯ  ซึ่งความคุ้มครองและข้อยกเว้น เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ประกันภัยเดินทางอันนี้โดยทั้งนี้การทำประกันนี้จากบริษัท มากกว่าข้อบังคับ ตาม พรบ ธุรกิจนำเที่ยว ที่บังคับให้บริษัทนำเที่ยว ทำประกันเฉพาะอุบัติเหตุในการเดินทางเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นแผนเติมจากเว็บไซด์ Allianz ได้กรณีท่านต้องการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสามารถแจ้งความประสงค์มาที่บริษัทฯค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามระบุไว้ในรายการ พร้อมคนขับรถ (กฎหมายไม่อนุญาตให้คนขับรถเกิน 12 ช.ม./วัน)


    ค่า Vat 7% และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และเอกสารต่างด้าวต่างๆ


    ค่าบริการและยื่นวีซ่าเชงเก้น 5,900 บาท


    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น


    ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)


    ค่าภาษีน้ำมันที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่มภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบิน และได้ทำการขายโปรแกรมไปแล้ว


    ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรม


    ค่าทิปไกด์ คนขับรถ ท่านละ 70 EUR /ท่าน  สำหรับหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความประทับใจ 


    กรณีวีซ่าไม่ได้รับการอนุมัติจากสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์มาแล้ว ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า/ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน


หมายเหตุ
  • กรุณาอ่านศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อนทำการจอง เพื่อความถูกต้องและความเข้าใจตรงกันระหว่างท่านลูกค้าและบริษัทฯ และเมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางหรือปรับราคาค่าบริการขึ้นในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน


    ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ามันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ 


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การยกเลิกบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อการจลาจล, ภัยธรรมชาติ, การนาสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ 


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง


    เมื่อท่านตกลงชาระเงินมัดจาหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด 


    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองโรงแรมที่พักในต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยโรงแรมจัดในระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนตามที่ระบุในโปรแกรม


    การจัดการเรื่องห้องพัก เป็นสิทธิของโรงแรมในการจัดห้องให้กับกรุ๊ปที่เข้าพัก  โดยมีห้องพักสำหรับผู้สูบบุหรี่ / ปลอดบุหรี่ได้ โดยอาจจะขอเปลี่ยนห้องได้ตามความประสงค์ของผู้ที่พัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมให้บริการของโรงแรม และไม่สามารถรับประกันได้ 


    กรณีผู้เดินทางต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อาทิเช่น ใช้วิวแชร์ กรุณาแจ้งบริษัทฯ อย่างน้อย14วันก่อนการเดินทาง มิฉะนั้น บริษัทฯไม่สามารถจัดการได้ล่วงหน้าได้


    มัคคุเทศก์ พนักงานและตัวแทนของผู้จัด ไม่มีสิทธิในการให้คำสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้นแทนผู้จัด นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของผู้จัดกำกับเท่านั้น


    ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมือง ไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี เข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น ๆ 


    ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบและไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนต่างๆ ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ผ่านการพิจารณาในการตรวจคนเข้าเมือง-ออกเมืองไม่ว่าจะเป็นกองตรวจคนเข้าเมืองหรือกรมแรงงานของทุกประเทศในรายการท่องเที่ยว อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี เข้าออกเมือง เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ

     

     


    การประกันการเดินทาง บริษัทฯ ได้จัดทำแผนประกันภัยการเดินทางสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ กับ Allianz Travel แบบแผนประกันภัย Group tour โดยแผนประกันจะครอบคลุมอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นภายในวันเดินทาง และลูกค้าต้องทำการรักษาในโรงพยาบาลที่ประกันครอบคลุมการรักษาเท่านั้น (เข้ารับรักษาในรูปแบบอื่นๆ ประกันจะไม่ครอบคลุม) ซึ่งสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ กรณีลูกค้าต้องการซื้อประกันเพิ่มวงเงินคุ้มครอง เพิ่มความคุ้มครอง สามารถแจ้งบริษัทฯ ซึ่งความคุ้มครองและข้อยกเว้น เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ประกันภัยเดินทางอันนี้โดยทั้งนี้การทำประกันนี้จากบริษัท มากกว่าข้อบังคับ ตาม พรบ ธุรกิจนำเที่ยว ที่บังคับให้บริษัทนำเที่ยว ทำประกันเฉพาะอุบัติเหตุในการเดินทางเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นแผนเติมจากเว็บไซด์ Allianz ได้กรณีท่านต้องการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสามารถแจ้งความประสงค์มาที่บริษัทฯ


ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงแรมที่พัก
  • เนื่องจากการวางแผนผังห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรม อาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม


    กรณีพัก 3 ท่าน หากวันที่เข้าพักโรงแรมไม่มีห้อง Triple room (ห้องพัก 3ท่าน) หรือ เตียงเสริม หรือ SOFA BED จำเป็นต้องแยกพัก 2 ห้อง เป็น 1 Twin room (ห้องพัก 2 ท่าน) + 1 Single room (ห้องพักเดี่ยว)  ซึ่งท่านจะต้องชำระค่าพักเดี่ยวเพิ่ม เนื่องจากบางโรงแรมอาจจะมี 1 เตียงใหญ่ และไม่สามารถเสริมเตียงได้  


    โรงแรมมีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต ไม่มีอ่างอาบน้ำ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันหรืออยู่คนละชั้น



    กรณีห้องพักในเมืองที่ระบุไว้ในโปรแกรมมีเทศกาลวันหยุด มีงานแฟร์ต่างๆ บริษัทขอจัดที่พักในเมืองใกล้เคียงแทน


    โรงแรมที่พักส่วนใหญ่ในยุโรปไม่มีเครื่องปรับอากาศที่สามารถปรับควบคุมความเย็นได้ภายในห้องพัก เนื่องจากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี 


บทวิจารณ์

0/5
Not Rated
ขึ้นอยู่กับ 0 บทวิจารณ์
ไม่มีรีวิว

I TRAVELS CENTER ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿16,965.00
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เต็มใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿16,965
0 บทวิจารณ์
แพ็คเกจทัวร์ที่คุณอาจกำลังมองหา
เพิ่มเติม แพ็กเกจทัวร์ได้รับคะแนนสูง
เริ่มต้นเพียง ฿17,400
Keep Memory Dream AUSTRIA GERMANY SWITZERLAND 7วัน 4คืน
เริ่มต้นเพียง ฿16,965