มหัศจรรย์ France 5 วัน 3 คืน

ฝรั่งเศส

ไฮไลท์แพ็คเกจ

สนามบินสุวรรณภูมิ • สนามบินนานาชาติมัสกัต • กรุงปารีส 

พระราชวังแวร์ซายส์ • เอาท์เล็ท ลาวาเล่ • ล่องเรือแม่น้ำแซน

อิสระเต็มวัน เต็มอิ่มกับมหานครปารีส

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ • ร้านเบนลักซ์ • จัตุรัสทรอกาเดโร • ถ่ายรูปหอกับไอไฟล • ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ • ถนนช็องเซลีเซ • จัตุรัสคองคอร์ด • แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์

สนามบินนานาชาติมัสกัต • สนามบินสุวรรณภูมิ


กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา


05-09 มีนาคม 2023
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿54,717
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
฿5,500

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ • สนามบินนานาชาติมัสกัต • กรุงปารีส
  • 05:30
    • พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์ T สายการบินโอมานแอร์ (WY) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน
  • 09:10
    • ออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติมัสกัต โดยเที่ยวบินที่ WY818 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
  • 12:05
    • เดินทางถึง สนามบินนานาชาติมัสกัต (เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง)
    ท่าอากาศยานนานาชาติมัสกัต (IATA: MCT, ICAO: OOMS), ชื่อเดิมคือ ท่าอากาศยานนานาชา...

    ท่าอากาศยานนานาชาติมัสกัต (IATA: MCT, ICAO: OOMS), ชื่อเดิมคือ ท่าอากาศยานนานาชาติซีป ,เป็นท่าอากาศยานหลักของ [โอมาน] ตั้งอยูห่างจากเมืองเก่าราวๆ 32 กิโลเมตร และอยู่ในเขตเมืองหลวงของกรุงมัสกัด ท่าอากาศยานแห่งนี้เป็นทำหน้าที่บริการสารการบินประจำชาติอย่างโอมานแอร์ และสารการบินต้นทุนต่ำอย่าง ซาลามแอร์ ที่ให้บริการทั้งภายในภูมิภาคและรวมถึงเอเชีย แอฟริกา และยุโรป

  • 14:10
    • ออกเดินทางสู่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยสายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY131
  • 19:45
    • เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส ชาร์ล เดอ โกลด์ ประเทศฝรั่งเศส (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง)
    • นำท่านเดินทางสู่ กรุงปารีส เมื่องหลวงสุดโรแมนติกของประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายๆ คนที่แม้กระทั่งชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่นอกเมืองหรือต่างจังหวัด หรือต่างแคว้นแดนไกล กล่าวว่าตราบใดที่มีลมหายใจ ก็ขอให้ได้เห็นมหานครปารีสสักครั้ง
    • จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
    • ที่พัก Ibis Paris Porte de Bercy หรือเทียบเท่า 3 ดาว
    • (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
    ท่าอากาศยานปารีส-ชาร์ล เดอ โกล (อังกฤษ: Paris-Charles de Gaulle Airport; ฝรั่งเศ...

    ท่าอากาศยานปารีส-ชาร์ล เดอ โกล (อังกฤษ: Paris-Charles de Gaulle Airport; ฝรั่งเศส: Aéroport Paris-Charles-de-Gaulle) หรือเรียกโดยทั่วไปว่า ท่าอากาศยานรัวซี (Roissy) ตั้งอยู่ที่รัวซี กรุงปารีส ฝรั่งเศส อยู่ห่างจากตัวเมืองปารีสไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร นับเป็นประตูสำคัญในการเดินทางเข้าออกประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังเป็นท่าอากาศยานหลักของสายการบินแอร์ฟรานซ์ด้วย

    ปารีส (ฝรั่งเศส: Paris /paˈʁi/ ปารี) เป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม...

    ปารีส (ฝรั่งเศส: Paris /paˈʁi/ ปารี) เป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส บนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ (Île-de-France หรือ Région parisienne (RP) ) ภายในกรุงปารีสมีประชากรประมาณ 2,167,994 คน เขตเมืองปารีส (Unité urbaine) ซึ่งมีพื้นที่ขยายเกินขอบเขตอำนาจการปกครองของเมืองนั้น มีประชากรกว่า 9.93 ล้านคน (พ.ศ. 2547) ในขณะที่เขตมหานครปารีส (Agglomération parisienne) มีประชากรเกือบ 12 ล้านคนและเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2 พันปี ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศส ด้วยจำนวนเงินกว่า 500.8 ล้านล้านยูโร (628.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมากกว่าหนึ่งส่วนสี่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2548[10] กรุงปารีสยังเป็นสถานที่ทำการของบริษัทยักษ์ใหญ่ 36 บริษัทจากบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 บริษัทจากการสำรวจของฟอร์จูน โกลบัล 500 (Fortune Global 500) อีกด้วย โดยเฉพาะย่านธุรกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป ลา เดฟองซ์ ทั้งยังเป็นที่จัดงานนิทรรศการต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงสหประชาชาติ ฯลฯ ปารีสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังแห่งหนึ่งในโลก โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี กรุงปารีสเป็นหนึ่งใน 4 นครสำคัญของโลก อีกสามนครคือ ลอนดอน, โตเกียว และ นิวยอร์ก

วันที่สอง 2 : พระราชวังแวร์ซายส์ • เอาท์เล็ท ลาวาเล่ • ล่องเรือแม่น้ำแซน
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • นำท่านเดินทางเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (Château de Versailles) หนึ่งในพระราชวังที่มีคนพูดถึงมากที่สุดและยังเป็น1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันอีกด้วยแต่เดิมนั้นเป็นเพียงเมืองเล็กๆที่พระมหากษัตริย์ราชวงศ์บูร์บงโปรดมาล่าสัตว์เท่านั้น แต่เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ครั้งทรงพระเยาว์เสด็จตามพระราชบิดามาล่าสัตว์ทรงโปรดพื้นที่บริเวณนี้มาก เมื่อทรงขึ้นครองราชย์นจึงมีพระราชดำรัสให้สร้างพระราชวังแห่งใหม่แทนพระราชวังลูฟท์ที่กรุงปารีส โดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระราชวังที่สวยงามที่สุดในโลกภายในพระราชวังนั้นประกอบไปด้วยห้องหับถึง700 ห้อง มีภาพวาด 6,123 ภาพ และงานแกะสลักถึง 15,034 ชิ้น ไฮไลท์สำคัญของพระราชวังแห่งนี้คงหนีไม่พ้นห้องกระจกซึ่งบริเวณผนังด้านขวานั้นประดับด้วยกระจกฉาบปรอทมากถึง 17 บาน แต่ละบานมีประกอบด้วยกระจก 21 แผ่น ซึ่งในสมัยก่อนนั้นกระจกเป็นสิ่งที่มีราคาสูงมาก เทียบเท่าทองคำเลยทีเดียว ซึ่งห้องกระจกแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่ในการลงนามสนธิสัญญาสงบศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างฝ่านสัมพันธมิตร และฝ่ายจักรวรรดิเยอรมัน ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ.1918
    ตามรอย ขุนศรีวิสารวาจา และคณะราชทูตแห่งกรุงสยาม เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยที่ 14 ณ พระร...

    ตามรอย ขุนศรีวิสารวาจา และคณะราชทูตแห่งกรุงสยาม เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส ชมความยิ่งใหญ่อลังการ งดงามเกินจะบรรยาย ของพระราชวังที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ หากใครติดตามละครเรื่องบุพเพสันนิวาส คงจะทราบกันดีว่า พระราชวังแวร์ซาย ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ต้อนรับคณะราชทูตจากกรุงศรีอยุธยา ที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงแต่งตั้ง ให้เดินทางไปผูกสัมพันธไมตรีกับประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 (ค.ศ. 1686) นำโดย ออกพระวิสุทธสุนทร (โกษาปาน) เป็นราชทูต ออกหลวงกัลยาราชไมตรี เป็นอุปทูต และ ออกขุนศรีวิสารวาจา เป็นตรีทูต พระราชวังแห่งนี้ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส อยู่ห่างจากใจกลางเมืองปารีสประมาณ 17 กิโลเมตร ตัวอาคารทุกส่วนสร้างด้วยหินอ่อนละเมียดสีขาว มีสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบบาโรค และรอคโคโค ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ผสานกับลวดลายอันอ่อนช้อยบรรจงความโอ่อ่ากว้างขวางวัดได้จากขนาดพื้นที่ของพระราชวัง ทั้งหมด 800 เฮกการ์ (5,000 ไร่) โดยแบ่งออกเป็น 5 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน ได้แก่ The Palace, The Gardens, The Estate of Trianon, แและ The Park ในส่วนของ The Palace หรือด้านในของพระราชวัง มีห้องมากมายถึง 700 ห้อง ไม่ว่าจะเป็น ห้องบรรทม, ห้องเสวย, ห้องสำราญ และห้องพำนักอื่นๆ จัดแสดงภาพวาด 6,123 ภาพ กับงานแกะสลักอีก 15,034 ชิ้น เรื่องน่าแปลกก็คือ มีการติดตั้งหน้าต่าง 2,153 บาน บันได 67 อัน และเตาผิงกว่า 1,315 เตา แต่กล้บไม่มีห้องน้ำสักห้องเดียว อีกจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ การประดับตกแต่งด้วย โคมไฟระย้า หรือ แชนเดอเรีย ในทุกๆ จุด หรูหราควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นพระราชวังที่งดงามล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจริงๆ ห้องกระจก หรือ The Hall of Mirrors เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในพระราชวัง และมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด ถูกก่อสร้างด้วยกระจกบานยักษ์ใหญ่เจียรไนสุดวิบวับทั้งหมด 17 บาน เมื่อเปิดออกมาจะพบเห็นมุมที่สวยที่สุดของสวนแวร์ซาย ได้ยินมาว่า พระเจ้าหลุยที่ 14 ทรงควบคุมการก่อสร้างเองทั้งหมด ทั้งนี้ ห้องดังกล่าว เคยใช้เป็นห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 1 (สนธิสัญญาแวร์ซาย) และใช้เป็นที่ลงนามเมื่อครั้งเยอรมนีบุกตีชนะฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง อย่างคณะทูตของ ออกพระวิสุทธสุนทร อีกด้วย สถาปัตยกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวความรักและความงามตามชื่อเทพนิยายวีนัส ตกแต่งด้วยรูปปั้นชุนทรงศึกอันภูมิฐาน แบบโรมัน จากหลักฐานทางประวัติระบุว่า ราชทูตของสมเด็จพระนารายณ์ ได้เข้ามาพักที่ห้องนี้ก่อนเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยที่ 14 อาณาบริเวณกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาของพระราชวังแวร์ซาย รายล้อมด้วยสวนสวยที่ตกแต่งให้มีลวดลายวกวนราวกับเขาวงกต ประดับประดาด้วยต้นไม้ สวนดอกไม้แบบเรขาคณิต มีประติมากรรมสัมฤทธิ์และหินอ่อนปั้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยายกรีกโรมัน โดดเด่นด้วย น้ำพุจากเทพนิยายกรีก Fountain of Latona สิ่งต่างๆ เหล่านี้ยิ่งทำให้รอบพื้นที่ดูขลัง ทรงพลัง ดึงดูดเราให้เข้าไปอยู่ในยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้อย่างไม่ยาก แต่รู้หรือไม่คะว่า? ความงามของที่แห่งนี้เคยเป็นต้นเหตุของสงครามกลางเมือง นำมาสู่การปฎิวัติฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
    • นำท่านเดินทางสู่ เอาท์เล็ท ลาวาเล่ (La Vallée Village) แหล่งช้อปปิ้งที่รวมร้านค้าแบรนด์เนมดังมากมายกว่า 70 ร้าน สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้ง ที่ครบครันด้วยสินค้าชั้นนำต่างๆ มากมาย เช่น Celine, Kenzo, Longchamp, Polo, Blanc Bleu, Francois Girbaud, Paul Smith, Burberry, Valentino, Versace, Kevin Klein, Diesel, Samsonite, Armani, Cerruti, Dolce & Gabbana, Givenchy ฯลฯ
    • อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
    • พิเศษ !! พาท่านล่องเรือแม่น้ำแซน ชมบรรยากาศรอบเมืองปารีส เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน เมืองที่โรแมนติกที่สุดของโลกในอีกมุมหนึ่งโดยในระหว่างทางนั้นจะผ่านสถานที่สำคัญๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น สะพาน Pont de l'alma สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 พิพิธภัณฑ์ออร์แซ และอีกมากมายถือเป็นอีก 1 กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาปารีส
    เอาท์เล็ท ลาวัลเล่ นั้นก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ 1992 และบริหารงานโดยเครือบริษัท Valu...

    เอาท์เล็ท ลาวัลเล่ นั้นก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ 1992 และบริหารงานโดยเครือบริษัท Value Retail ซึ่งมีความตั้งใจจะทำแหล่งรวมร้านค้าชื่อดังต่างๆ ที่ไม่เพียงให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายซื้อของราคาถูกเท่านั้น แต่ยังมอบบรรยากาศสบายๆที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยบริการต่างๆอีกมากมาย โดยสามารถศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดของการสร้างเอาท์เล็ท เอาท์เล็ท ลาวัลเล่เป็นเอาท์เล็ทจำหน่ายสินค้าแบรด์เนมชื่อดังต่างๆ โดยจำหน่ายในราคาถูกกว่าราคาปกติอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ และมีบางช่วงโปรโมชั่นพิเศษตามฤดูกาลต่างๆที่อาจลดราคาไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า ทำให้เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม

    การล่องเรือเพื่อท่องเที่ยวชมเมืองเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเลย หากเราได้ไปเท...

    การล่องเรือเพื่อท่องเที่ยวชมเมืองเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเลย หากเราได้ไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส แม่น้ำที่ได้ชื่อว่าแม่น้ำแห่งชาติประเทศฝรั่งเศส ก็ต้องเป็นแม่น้ำแซน เต็มไปด้วยความสวยงาม และประวัติศาสตร์อันยาวนาน จุดเด่นจะเป็นการล่องเรือเพื่อเที่ยวชมสถานที่สำคัญของเมืองปารีส จะเป็นตอนกลางวันก็มองเห็นเมือง เห็นสถาปัตยกรรมชัดเจน หรือจะเป็นตอนกลางคืนก็จะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี หรือจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดินก็สวยงามเหมือนอยู่ในหนังรักโรแมนติคก็มิปาน ทริคของเรามีอยู่ว่าหากจะไปเที่ยวเรือให้รีบไปก่อนเวลาเรือออกนิดหนึ่ง พอขึ้นเรือได้แล้ว เป็นไปได้ขึ้นอยู่หน้าสุดเลย จะได้ที่นั่งที่ไม่มีกระจกรอบด้านทำให้มองเห็นวิวเต็มตา ถ่ายรูปก็สวย โดยเฉพาะหอไอเฟลอย่าลืมเซลฟี่เด็ดขาดไม่งั้นถือว่าพลาดอย่างแรง บนเรือมีอุปกรณ์บรรยายเสียงเพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้นมีหลายภาษา(แต่ไม่มีภาษาไทย) เรือจะออกทุกชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ควรตรวจสอบเวลาให้ชัดเจนก่อนเพื่อความสะดวกหรือหากจองตั๋วเรือก่อนได้จะดีมาก ราคาค่าตั๋ว ผู้ใหญ่ 13.5 ยูโร เด็ก 6 ยูโร แต่ถ้าใครจะเลือกซื้อแพ็คเกจแบบเหมารวมอาหารด้วยก็อัพราคาขึ้นไปตามลำดับ

    สะพาน ปงต์ เด แซงวาลีด(Pont des Invalides) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแซนที่เก่าแก่และเต...

    สะพาน ปงต์ เด แซงวาลีด(Pont des Invalides) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแซนที่เก่าแก่และเตี้ยที่สุด และเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1855 แต่ก่อนหน้านี้ใช้เวลาในการออกแบบและถกประเด็นกว่าหลายปี เริ่มจากในปี 1821 ที่มีแผนจะสร้างสะพานแขวนข้ามฝั่งแม่น้ำแซน และถัดมาอีก 3 ปี ในปีที่ 1824 เริ่มวางโครงสร้างสะพานเพื่อเชื่อมไปยัง ออแตลนาซียอนาลเดแซ็งวาลีด แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะระหว่างการสร้างเกิดการทรุดตัวของสะพานลง ทำให้ในปี 1829 นั้นเอง ก็ได้มีสองวิศวกรปรับปรุงโครงสร้าง และปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมด 3 จุดหลักๆ ให้มีความสูงเพียง 20 เมตรจากก่อนหน้านี้ที่จะทำโครงสะพานแขวนไว้ กลายเป็นสะพานที่เตี้ยที่สุดในปารีส สรุปโดยรวมแล้วสะพาน ปงต์ เด แซงวาลีด เป็นสะพานที่มีความสูงห่างจากแม่น้ำแซน 20 เมตร และยาว 152 เมตร และปัจจุบันสะพาน ปงต์ เด แซงวาลีดขึ้นชื่อว่าเป็นสะพานรถติด แต่ก็ยังได้รับฉายาว่าเป็นสะพานวิวสวยอีกเช่นกัน โดยสะพานเป็นสะพานโค้งก่อด้วยอิฐ ตัวสะพานจะมีรูปปั้นอยู่ 2 จุดหลักที่สร้างไว้เพื่อเปรียบเทียบกัน จุดแรกเรียกว่า Land Victory และ อีกจุดหนึ่งเรียกว่า Maritime Victory จุดที่สวยของ Pont des Invalides คือ การเป็นสะพานที่อยู่ตรงกลางของสะพานอะเลคซันดร์ที่ 3 และ สะพานแอลมา ทำให้ปอนต์เดแซ็งวาลีดสามารถเห็นจุดชมวิวที่สวยผ่านแม่น้ำแซนได้หลายจุด รวมถึงเป็นจุดเชื่อมสถานที่สำคัญของปารีสอีกด้วย

  • ค่ำ
    • บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พร้อมเมนูพิเศษ หอยเอสคาโก้ ต้นตำหรับฝรั่งเศส
    • Ibis Paris Porte de Bercy หรือเทียบเท่า 3 ดาว
    • (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
วันที่สาม 3 : อิสระเต็มวัน เต็มอิ่มกับมหานครปารีส
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • อิสระให้ท่านท่องเที่ยวตามอัธยาศัยเต็มวัน โดยท่านสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกโดยระบบขนส่งสาธารณะ ที่มีครอบคลุมอยู่ทั่วกรุงปารีสทั้งรถไฟใต้ดินรถเมล์ หรือ รถTAXI (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าบัตรโดยสาร)
    • ท่านสามารถเดินทางสู่ ดิสนีย์แลนด์ปารีส (Disneyland Paris) หรือ Euro Disneyland เป็นอีกสถานที่ซึ่งไม่ควรพลาด โดยดิสนีย์แลนด์ตั้งอยู่นอกกรุงปารีสประมาณ 30 กิโลเมตร โดยสามารถเดินทางโดยรถไฟจากตัวเมืองปารีส จนถึงมาร์เน่ ลา วัลลี (Marne La Vallee) โดยดิสนีย์แลนด์ปารีส เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1992 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 350 ไร่ ซึ่งคุณจะได้พบตัวละครดิสนีย์ที่คุณชื่นชอบ อาทิ เช่น มิกกี้ เมาส์ (Mickey Mouse), โดนัลด์ ดั๊ก (Donald Duck ), กูฟฟี่ (Goofy) ตัวละครอื่นๆอีกมากมาย โดยดิสนีย์แลนด์ปารีส แบ่งเป็น 2 สวน โดยจะเป็น Disneyland park และ Walt Disney studios park โดยแต่ละสวนประกอบด้วยเครื่องเล่นต่างๆมากมาย รวมทั้งร้านขายอาหารและของที่ระลึก
    • (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าบัตร Disneyland โดยท่านสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่หน้าเว็บไซต์ของ Disneyland Paris) ค่าธรรมเนียมแรกเข้าโดยประมาณ 45 - 70 ยูโร/พาร์ค/คน
    ดิสนีย์แลนด์ปารีส (อังกฤษ: Disneyland Paris) ชื่อเดิม ยูโรดิสนีย์รีสอร์ต (อังกฤษ...

    ดิสนีย์แลนด์ปารีส (อังกฤษ: Disneyland Paris) ชื่อเดิม ยูโรดิสนีย์รีสอร์ต (อังกฤษ: Euro Disney Resort) เป็นสวนสนุกและสถานพักตากอากาศตั้งอยู่ใน Marne-la-Vallée ซึ่งเป็นเมืองใหม่ทางตะวันออกห่างจากใจกลางกรุงปารีส 32 กิโลเมตร เป็นสวนสนุกที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในยุโรป เจ้าของคือบริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์ ผ่านการดูแลโดยบริษัทยูโรดิสนีย์ เอส.ซี.เอ. ขนาดรีสอร์ตมีพื้นที่ถึง 4,800 เอเคอร์ (19 ตารางกิโลเมตร ) มีสวนสนุก 2 แห่งคือ ดิสนีย์แลนด์พาร์ก เปิดให้บริการเมื่อ 12 เมษายน ค.ศ. 1992 และวอลต์ดิสนีย์สตูดิโอส์พาร์ก เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 2002 สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกของดิสนีย์แห่งที่สองที่เปิดให้บริการนอกสหรัฐหลักการเปิดบริการโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ต เมื่อปี ค.ศ. 1983

  • เที่ยง
    • อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
    • หรือเดินเที่ยวชม ย่านมงมาร์ต (Montmartre) ซึ่งเป็นย่านศิลปินมากว่า 200 ปีแล้ว สัมผัสกับมนต์เสน่ห์และกลิ่นอายของวันวานที่ศิลปะในฝรั่งเศสรุ่งเรืองถึงขีดสุด ชมวิวสวยของนครปารีสจากด้านหน้าบันไดของวิหารสเกรเกอร์ (Basilica of Sacre Coeur) วิหารสีขาวที่เป็นสัญญาลักษณ์อันโดดเด่นของปารีส แล้วเชิญสำรวจร้านกาแฟ หรือชมเหล่าศิลปินที่วาดรูปอยู่ใกล้ๆ ชมมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส (Notre-dame de Paris) อายุกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกที่งามเลิศ โดดเด่นด้วยหอคอยคู่หน้าทรงเหลี่ยมและยอดปลายแหลมบนหลังคาวิหารสูงจากระดับพื้นดินถึง 96 เมตร เป็นสถานที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อังตัวเนตต์ และยังเป็นจุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย
    ย่านมงต์มาตร์(Montmartre) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือขอ...

    ย่านมงต์มาตร์(Montmartre) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือของปารีส มีลักษณะเป็นเนินเขาสูง 130 เมตร เป็นที่พำนักของชุมชนชาวปารีเซียมายาวนาน รวมถึงยังเป็นจุดกำเนิดผลงานด้านศิลปะของศิลปินมากมายแห่งของเมืองปารีสในอดีตซึ่งเปลี่ยนแปลงไปมากมายในปัจจุบันนี้ เพราะถนนหลายสายได้ถูกเปลี่ยนเป็นย่านไนต์คลับ, แหล่งจัดแสดงโชว์กลางคืน, ระบำแคนเตะขาสูง ซึงประดับประดาด้วยแสงสีที่ฉูดฉาด รวมถึงการค้าประเวณีที่ยังไม่เลือนหายไปจากเมืองนี้ ซึ่งมีโรงละครกลางคืนที่มีชื่อเสียงจากบทประพันธ์จนนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ Hollywood นั่นก็คือ โรงละครโมแลงรูจ(moulin rouge) สำหรับสถาปัตยกรรมที่ขึ้นชื่อ ที่นักท่องเที่ยวสนใจและเป็นไฮไลท์ของย่านนี้คือ มหาวิหารซาเครเกอร์(Sacré-Cœur)หรือมหาวิหารแห่งพระหฤทัย ความสูง 83 เมตร ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ตั้งอยู่บนเนิน Montmartre หรือเรียกอีกชื่อว่า ภูเขาแห่งผู้พลีชีพในศาสนา ภายในโบสถ์ยังมีภาพโมเสกที่ใหญ่ที่สุดโลก รวมถึงไปร์ออแกนขนาดใหญ่ของโบสถ์ที่ถูกสร้างโดย อริสทิด คาวาเย –คอลต์ ประติมากรรมของมหาวิหารซาเครเกอร์จะเป็นการก่อสร้างสไตล์บาเซนไท ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ มีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นสถานที่สำหรับหนุ่มสาวนิยมมาเดินเล่นกัน ถ่ายภาพ ด้านหน้าโบสถ์ยังมีจุดขายของที่ระลึกราคาไม่แพงมาก ถัดไปทางทิศตะวันตกของโบสถ์ยังมีหอศิล เอสปาซ ดาลี่(Espace Dali) ที่มีผลงานมากกว่า 300 ชิ้นรวมถึงงานประติมากรรมขนาดใหญ่ของซัลบาโด ดาลี ที่จัดแสดงผลงานอย่างต่อเนื่องเพื่ออุทิศแก่เจ้าของผลงาน

    มหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ (ฝรั่งเศส: Basilique du Sacré-Cœur de Montmartre) เป...

    มหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ (ฝรั่งเศส: Basilique du Sacré-Cœur de Montmartre) เป็นโบสถ์และมหาวิหารรองในคริสตจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของกรุงปารีส หรือที่เรียกกันว่า "มงมาทร์" สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระหฤทัยของพระเยซู ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวมาเยื่ยมชมมากเป็นอันดับ 2 ของกรุงปารีส โดยถือเป็นอนุสาวรีย์ของทั้งสองด้าน คือการเมือง และวัฒนธรรม โบสถ์ได้ถูกออกแบบโดยโปล อะบาดี ซึ่งเป็นสถาปนิกชาวฝรั่งเศสที่เป็นหนึ่งใน 77 สถาปนิกผู้ชนะการประกวด เริ่มการก่อสร้างในปี ค.ศ.1875 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1914 โดยได้รับการแต่งตั้งโดยสมบูรณ์ (วางศิลาฤกษ์) ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปีค.ศ.1919 ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวันตั้งแต่ 06.00 น. จนถึง 22.30 น. โดยสามารถเข้าชมบริเวณโดมได้ตั้งแต่ 09.00 น. จนถึงเวลา 19.00 น. หรือ 18.00 น. ในช่วงฤดูหนาว

    อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame de Paris [nɔtʁə da...

    อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame de Paris [nɔtʁə dam də paʁi] ( ฟังเสียง)) เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส อาสนวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส การก่อสร้างเป็นแบบกอทิก นับเป็นอาสนวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอทิก ประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ ทำให้แตกต่างจากศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น น็อทร์-ดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ "ครีบยันลอย" ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบอาสนวิหาร "บริเวณร้องเพลงสวด" หรือ รอบบริเวณกลางโบสถ์ เมื่อเริ่มสร้างกำแพงโบสถ์สูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอทิกจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง บาง และโปร่ง เมื่อสร้างสูงขึ้นไปกำแพงก็ไม่สามารถรับน้ำหนักและความกดดันของกำแพงและหลังคาได้ทำให้กำแพงโก่งออกไปและร้าว สถาปนิกจึงใช้วิธีแก้ด้วยการเติม "กำแพงค้ำยัน" ที่กางออกไปคล้ายปีกนกด้านนอกตัววัด เพื่อให้กำแพงค้ำยันนี้หนุนหรือค้ำกำแพงตัวโบสถ์เอาไว้ เมื่อทำไปแล้วนอกจากจะมีประโยชน์ทางการใช้สอยแล้วยังกลายเป็นเครื่องตกแต่งที่ทำให้สิ่งก่อสร้างความสวยงามขึ้น ฉะนั้นวิธีแก้ปัญหานี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของโบสถ์ที่สร้างแบบกอทิกไปในตัว

  • เย็น
    • อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
    • ที่พัก Ibis Paris Porte de Bercy หรือเทียบเท่า 3 ดาว
    • (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล )
วันที่สี่ 4 : พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ • ร้านเบนลักซ์ • จัตุรัสทรอกาเดโร • ถ่ายรูปหอกับไอไฟล • ประตูชัยอาร์กเดอท...
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    • นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Musée du Louvre) อดีตพระราชวังหลวงที่ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บและจัดแสดงสมบัติล้ำค่ากว่า 35,000 ชิ้น เช่น ภาพวาดโมนาลิซ่า, มาดอนน่า ออฟ เดอะ ร๊อค, ภาพวาดพระราชพิธีปราดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียน, รูปปั้นเทพไนกี้ และรูปปั้นเทพวินัสแห่งมิโล เป็นต้น จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นคือพีระมิดแก้วที่เป็นทางเข้าด้านหน้า ที่ออกแบบโดย ไอ.เอ็ม.เป. สถาปนิกชื่อดังชาวจีน-อเมริกัน
    • พาท่านเดินไปยัง ร้านเบนลักซ์ (Benlux) ร้านค้าปลอดภาษีที่มีทั้ง กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา น้ำหอม เครื่องสำอาง และเครื่องประดับให้ท่านได้เลือกซื้อ
    • นำท่านเดินทางไปยัง ปาแลเดอชาโย หรือจัตุรัสทรอกาเดโร (Palais de Chaillot) อาคารขนาดใหญ่สร้างขึ้นเพื่อจัดนิทรรศการ งานแสดงศิลปะต่างๆ อยู่บนเนินเขาตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหอไอเฟล เป็นจุดชมหอไอเฟลแบบมุมกว้าง และอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำแซน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเพื่อเก็บภาพบรรยากาศของหอไอเฟล
    • ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพที่ท่านจะสามารถเห็น หอไอไฟล (Eiffel) ได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบัง โดยหอส่งสัญญาแห่งนี้นั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของพาปารีสที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แต่ด้วยลักษณะที่แปลกตา สร้างความไม่คุ้นเคยต่อชาวปารีส ถึงขนาดมีการเรียกร้องให้รื้อทิ้งหลังจากงานสิ้นสุดลง แต่หอไอเฟลก็สามารถพิสูจน์ตัวเองและลบคำสบประหม่า จนกลายเป็นสถานที่แรกๆ ที่เมื่อมีคนพูดถึงปารีส
    • พาท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ (Arc de Triomphe) วงเวียนที่เชื่อมถนน12 เส้นของปารีสไว้ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นสดุดีทหารฝรั่งเศสที่ร่วมรบในสงครามต่างๆ โดยเฉพาะในสงครามนโปเลียน เนื่องจากเริ่มสร้างในรัชสมัยของพระองค์หลังได้รับชัยชนะในสงครามยุทธการที่เอาสเทอร์ลิทซ์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1805 นอกเหนือจากนั้น ประตูชัยแห่งนี้ก็ยังเป็นที่ฝังศพทหารนิรนามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย
    • ถัดไปไม่ไกลนั่นคือ ถนนช็องเซลีเซ (Champs-Élysées) ถนนที่ได้ชื่อมาจากสวนสวรรค์ของเหล่าเทพปกรนัมกรีก ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายพื้นที่สวยหย่อมของพระราชวังตุยเลอรี โดยเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป ทรงมีพระราชดำรัสให้นำรูปแบบถนนช็องเซลีเซ มาสร้างเป็นถนนพระราชดำเนินกลางในกรุงเทพมหานคร ว่ากันว่าอัตราค่าเช่าพื้นที่บนถนนแห่งนี้มีมูลค่าสูงที่สุดในยุโรป
    • นำท่านชม จัตุรัสคองคอร์ด หรือ ปลัส เดอ ลา กงกอร์ (Place de la Concorde) สร้างในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 นอกจากโอเบลิสก์สูง 23 เมตร อายุกว่า 3,000 ปี เป็นจัตุรัสกลางกรุงปารีสที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทั้งสงครามกลางเมืองและการปฏิวัติการปกครองของฝรั่งเศส จัตุรัสแห่งนี้มีจุดเด่นที่สำคัญคือ เสาหินโอเบลิสก์ (Obelisk) ซึ่งมีอายุกว่า 3,500 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยของฟาโรห์ทุตโมสที่ 3 เดิมเคยตั้งอยู่ในมหาวิหารคาร์นัก ลักษณะเป็นเสาหินขนาดใหญ่ที่มีจุดเด่นเป็นเสาปลายแหลม แกะสลักจากหินแกรนิตสีชมพู ความสูงของมันคือ 23 เมตรน้ำหนัก - 230 ตัน ทั้งสี่ด้านถูกปกคลุมด้วยอักษรอียิปต์โบราณเพื่อยกย่องฟาโรห์รามเสสที่ 2 และรามเสสที่ 3
    พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือ มูว์เซดูลูฟวร์ (ฝรั่งเศส: Musée du Louvre) หรือในชื่อทางกา...

    พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือ มูว์เซดูลูฟวร์ (ฝรั่งเศส: Musée du Louvre) หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น จากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 19 อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี พ.ศ. 2549 พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก[ต้องการอ้างอิง] และยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส

    ปาแลเดอชาโย (ฝรั่งเศส: Palais de Chaillot) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหอไอเฟลคนละฝั่งของ...

    ปาแลเดอชาโย (ฝรั่งเศส: Palais de Chaillot) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหอไอเฟลคนละฝั่งของแม่น้ำแซน ในเขตที่ 16 ของปารีส ตั้งอยู่บนที่ตั้งเดิมของ ปาแลดูว์ทรอกาเดโร (Palais du Trocadéro) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกสั้นของสถานที่นี้ว่า ทรอกาเดโร (Trocadéro) อาคารขนาดใหญ่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้จัดงานนิทรรศการ Exposition Internationale des Arts et Techniques dans la Vie Moderne ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงปารีส ในระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1937 สร้างในสถาปัตยกรรมแบบฟื้นฟูคลาสสิก (Neo-Classic) อาคารแห่งนี้ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1980

    หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ...

    หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้ หอไอเฟลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889) เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟลและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และใน ค.ศ. 2006 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

    อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile) หรือที่รู้จักกัน...

    อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล (Place Charles de Gaulle) หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม "จัตุรัสแห่งดวงดาว" (Place de l'Étoile) อยู่ทางทิศตะวันตกของช็องเซลีเซ ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย ประตูชัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "แกนกลางอันเก่าแก่" (L'Axe historique) ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ไปยังชานกรุงปารีส ประตูชัยแห่งนี้ออกแบบโดยฌ็อง ชาลแกร็งในปี พ.ศ. 2349 โดยมียุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับทหารเยอรมัน เต็มไปด้วยเคราและใส่เกราะเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นการปลุกใจ และเป็นอนุสรณ์สถานจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 อาร์กเดอทรียงฟ์มีความสูง 49.5 เมตร (165 ฟุต) กว้าง 45 เมตร (148 ฟุต) และลึก 22 เมตร (72 ฟุต) เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน[1] แบบของอาร์กเดอทรียงฟ์นี้ได้แนวความคิดมาจากประตูชัยไตตัส อาร์กเดอทรียงฟ์มีความใหญ่มาก เพราะหลังจากมีการสวนสนามในปรุงปารีสเมื่อปี พ.ศ. 2462 ชาร์ล โกดฟรัว ได้ขับเครื่องบินนีอูปอร์ต (Nieuport) ผ่านกลางอาร์กเดอทรียงฟ์[ต้องการอ้างอิง]เพื่อเป็นการสดุดีเหล่าทหารอากาศที่ได้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1

    ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) ตั้งอยู่เขตที่ 8 ของกรุงปารีส เป็นหนึ่งในถนนที่ม...

    ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) ตั้งอยู่เขตที่ 8 ของกรุงปารีส เป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฝรั่งเศส สวรรค์ขาช้อปตัวแม่!! ย่านศูนย์การค้าระดับพรีเมียม แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกทุกแบรนด์!!ร้านอาหารที่มีความหรูหราอลังการและอีกมากมายที่สร้างความตื่นตาตื่นใจตลอดสองข้างทาง ถือว่าเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงปารีส ย่านการค้าที่มีค่าเช่าที่แพงที่สุดในโลก!!! ค่าเช่าประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีต่อเนื้อที่ประมาณ 93 ตารางเมตรเท่านั้นและยังถูกจัดอันดับให้แป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก!! ฌ็องเซลิเซ่ มาจากคำว่า “ทุ่งเอลิเซียม” จากเทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส ในอดีตเคยเป็นท้องทุ่งและสวนธรรมดาในกรุงปารีสเท่านั้น เมื่อปีค.ศ.1616 พระราชินี มารี เดอ เมดิชิ ทรงมีพระประสงค์ในการขยายพื้นที่ของสวนหย่อมในพระราชวังตุยเลอรี ให้กว้างออกไปมีความประสงค์ให้ออกแบบเป็นถนนที่มีต้นเกาลัดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างสองข้างทางมากถึง 588 ต้น ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1724 ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) ถูกตัดเส้นทางให้เชื่อมต่อกับจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือจัตุรัสแห่งดวงดาวที่มีประตูชัยฝรั่งเศสตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ตึกส่วนใหญ่บนถนน ถนนฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เป็นสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานศิลปะ Art Deco กับการตกแต่งสไตล์ Art Nouveau เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

    จัตุรัสคองคอร์ด หรือ ปลัส เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde)เป็นสถานที่แห่งคว...

    จัตุรัสคองคอร์ด หรือ ปลัส เดอ ลา กงกอร์ด (Place de la Concorde)เป็นสถานที่แห่งความทรงจำทางประวัติศาสตร์การนองเลือดครั้งใหญ่ในกรุงปารีส!! เป็นสัญลักษณ์ของสงครามกลางเมืองและการปฏิวัติการปกครองของฝรั่งเศส รวมทั้งเป็นจุดจบของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พร้อมกับพระนางมารีอังตัวเนต ด้วยเครื่องประหารกิโยติน จัตุรัสคองคอร์ดถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 โดยสถาปนิกชื่อ Jacques Ange Gabriel และสร้างเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1755 เพื่อประดิษฐานพระบรมรูปทรงม้าแต่ถูกทำลายโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พร้อมกับการนำเครื่องประหารชีวิตกิโยติน (Guillotine) มาตั้งแทน การปฏิวัตินำมาซึ่งการนองเลือดที่พรากชีวิตผู้คนถึง 1,119 ชีวิตซึ่งรวมถึงตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และ พระนางมารีอังตัวเนต เพราะข่าวลือเรื่องการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ด้วยการสนับสนุนจากกองกำลังระหว่างประเทศ จนถูกกล่าวหาว่าได้ทรงกระทำการในสิ่งที่เป็นการทรยศต่อประเทศ(Haute Trahison) โดย Maximilien de Robespierre ผู้นำสภาแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ที่สั่งประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แล้วขึ้นครองอำนาจการปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จแทนในเวลาต่อมา โดยได้แสดงอำนาจ อํามหิต เข่นฆ่าผู้คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามด้วยเครื่องประหารกิโยติน(Guillotine)อีกนับหมื่นชีวิต!! แต่ในเวลาต่อมา Maximilien de Robespierre ก็ถูกมวลมหาประชาชนจับประหารด้วยเครื่องกิโยติน (Guillotine) เช่นกัน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1794 จุดสิ้นสุดของยุคแห่งมิคสัญญี (Reign of Terror) เป็นเวลากว่า 200 ปีแล้วจนถึงปัจจุบัน เป็นที่มาของชื่อ Place de la Concorde มีความหมายว่า จัตุรัสแห่งความปรองดองหรือความสมานฉันท์ ชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อลบล้างภาพการนองเลือดที่ไม่อาจลืมเลือน

  • เที่ยง
    • อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
    • นำท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลก ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางกรุงปารีส ณ แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (GaleriesLafayette) เปิดทำการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1912 เดิมเป็นร้านค้าเล็กๆบนถนนลาฟาแยตต์ และห้างแห่งนี้เป้นที่นิยมเป็นอย่างมาจึงได้มีการขยับขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งห้างแห่งนี้มีลักษณะที่โดดเด่นอย่างมาก ภายในตกแต่งอย่างสวยงามโดยเฉพาะตัวหลังคาจะเป็นหลังคาโดมขนาดใหญ่ สร้างด้วยโครงเหล็กประดับไปด้วยกระจกสีมีลวดลายสไตล์อาร์ตนูโว ตัวอาคารใช้ปูนปั้นแกะสลักตกแต่งโดยรอบอย่างสวยงาม
    ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) เป็นห้างหรูที่มีชื่อเสียงมากที่สุด...

    ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) เป็นห้างหรูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของปารีส ภายในอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ที่แม้ว่าเราจะไม่ได้ตั้งใจไปช้อปปิ้งแบรนด์เนมก็ยังควรค่าแก่การไปเดนเล่นอยู่ดี ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์(Boulevard Haussman)ในกรุงปารีส ใกล้กับโรงโอเปร่าการ์นิเยร์(Opera Ganier) เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ.1912 เดิมทีก่อนที่จะมาเป็นห้างสรรพสินค้าแฟชั่นชั้นนำของโลกอย่างทุกวันนี้แต่ก่อนเป็นแค่ร้านค้าขายเสื้อผ้าเล็กๆ ที่หัวมุมถนน Lafayette แต่ภายหลังไม่นานได้มีการขยับขายพื้นที่เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนพนักงานและลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอย เพราะในแต่ละวันมีลูกค้าเข้าออกที่ห้างนี้เฉลี่ยแล้ว 1 ล้านคนต่อวันเลยทีเดียว มีเนื้อที่ทั้งหมดราวๆ 500,000 ตร.ม. ทั้งหมด 5 ชั้น ในปี 2009 มีบันทึกว่าเป็นปีที่มียอดขายสูงสุดมากถึง 2,554 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 102,100 บาท ซึ่งในปัจจุบัน Galleries Lafayette มีสาขาแบ่งอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมแล้ว ทั้งหมด 61 แห่ง

  • เย็น
    • อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
  • 17:00
    • สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานปารีส ชาร์ล เดอ โกลล์
    • เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำการคืนภาษี (Vat Refund)
  • 21:35
    • ออกเดินทางกลับ สนามบินนานาชาติมัสกัต โดยสายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY132
    • (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
วันที่ห้า 5 : สนามบินนานาชาติมัสกัต • สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 06:40
    • เดินทางถึง สนามบินนานาชาติมัสกัต (เพื่อทำการเปลี่ยนเครื่อง)
  • 08:50
    • ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY815
  • 18:00
    • เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

เงื่อนไข & ข้อตกลง

ข้อมูลเอกสารในการขอวีซ่า
  • เอกสารส่วนตัว

    • สำเนาทะเบียนบ้าน

    • สำเนาบัตรประชาชน

    • สูติบัตร(กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี)

    • ทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า/มรณะบัตร(ถ้ามี)

    • ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน)


    หนังสือเดินทาง

    • หนังสือเดินทางประเทศไทย (Thailand Passport) หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน จะต้องเหลืออายุการใช้งานเดินทางไป และกลับไม่น้อยกว่า 180 วัน และมีหน้าว่าง 2 หน้า (สำหรับวีซ่าสติ๊กเกอร์) พร้อมสำเนาหน้าหนังสือเดินทาง 2 ชุด 
    • ***สำหรับหนังสือเดินทาง ต้องใช้เป็นหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป (สีเลือดหมู) เท่านั้น
    • ห้ามใช้หนังสือเดินทางราชการ (สีน้ำเงิน) หนังสือเดินทางทูต (สีแดง) หรืออื่นๆ ที่นอกเหนือจากหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป โดยเด็ดขาด***
    • หนังสือเดินทางเล่มเก่าตัวจริง ถ้าเคยมีวีซ่าเชงเก้นระยะเวลาไม่เกิน3 ปี
    • ***ในกรณีที่ถือพาสปอร์ต สัญชาติไทย แต่พำนักอยู่ต่างประเทศ, ทำงานอยู่ต่างประเทศ หรือนักเรียน นักศึกษาศึกษาอยู่ต่างประเทศ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทให้ทราบทันที เพราะการยื่นขอวีซ่าจะมีเงื่อนไข และ ข้อกำหนดของทางสถานทูตฯ ต้องการเพิ่มเติม และ บางสถานทูตอาจไม่สามารถยื่นขอวีซ่าในประเทศไทยได้ ข้อกำหนดนี้รวมไปถึงผู้เดินทางที่ถือพาสปอร์ตต่างชาติด้วย***

    รูปถ่ายสี

    • รูปถ่ายสี ขนาด 3.5X4.5 cm 2 รูป ที่มีพื้นหลังสีขาว (ไม่เกิน 6 เดือน) ห้ามซ้ำกับรูปถ่ายที่เคยทำวีซ่า ภาพใบหน้าต้องชัดเจน ไม่ใส่หมวก,ไม่ใส่แว่นและคอนแท็คเลนส์,ไม่ยิ้มเห็นฟัน และห้ามตกแต่งภาพใดๆทั้งสิ้น
    • ความยาวของใบหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดคาง อยู่ระหว่าง 3-3.5 เซนติเมตร
    • ความกว้างของใบหน้า 2.5 แต่ไม่เกิน 3 เซนติเมตร

    หลักฐานการเงิน

    • Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
    • หากออกค่าใช้จ่ายให้คนในครอบครัวต้องขอ Bank guarantee จากธนาคารให้บุคคลนั้นๆด้วย หลักฐานทางการเงินชื่อและนามสกุลต้องสะกดเป็นภาษาอังกฤษถูกต้องตรงตามกับพาสปอร์ต และต้องขอจากธนาคารไม่เกิน 7 วันก่อนวันยื่นวีซ่า **หมายเหตุ** ผู้สมัครควรเลือกใช้บัญชีออมทรัพย์ที่มีเงินอยู่ในบัญชีไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทขึ้นไป
    • ปรับสมุดบัญชีธนาคารตัวจริง และเตรียมไปในวันที่ยื่นวีซ่า

    หลักฐานการทำงาน

    • สำหรับเจ้าของกิจการ ต้องมีสำเนาหนังสือรับรองทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนการค้า หรือ สำเนาจดทะเบียนบริษัท(อายุไม่เกิน 3 เดือน) ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    • สำหรับท่านที่ทำงานบริษัท กรุณาระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN แทนการใส่ชื่อของสถานฑูต ต้องระบุวันลาให้ครอบคลุมตลอดช่วงการท่องเที่ยว ตำแหน่ง และอัตราเงินเดือนที่ได้รับ (ระยะเวลาของหนังสือรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือน) ต้องมีตราแสตมป์จากบริษัทและเอกสารต้องระบุเป็นภาษาอังกฤษ
    • สำหรับนักเรียน หรือนักศึกษา ต้องขอหนังสือรับรองจากทางสถาบัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเอกสารต้องระบุเป็นภาษาอังกฤษ

    กรณีเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี

    • สูติบัตรฉบับภาษาไทย/อังกฤษ
    • กรณีเดินทางพร้อมกับบิดา มารดา ต้องยื่นหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา
    • กรณีไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดา มารดา หรือเดินทางไปกับบิดา มารดา ท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องขอจดหมายยินยอมจากทางอำเภอ โดยที่บิดา หรือมารดา ผู้ไม่ได้เดินทางจะต้องไปยื่นความจำนงเพื่ออนุญาตให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับอีกท่านหนึ่งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือเขต โดยมีนายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขตลงลายมือชื่อและลงตราประทับจากราชการอย่างถูกต้องฉบับภาษาไทย/อังกฤษ

    ในการยื่นวีซ่าทางสถานทูตจะเก็บหนังสือเดินทาง ไว้จนกว่าจะได้การรับอนุมัติผลวีซ่า ไม่สามารถดึงหนังสือเดินทางออกมาใช้ได้ ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ ไม่รวมวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดของทางสถานทูต หรือ อาจช้าหรือเร็วกว่ากำหนดขึ้นอยู่กับสถานทูต


    การพิจารณาผล VISA ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาใดๆทั้งสิ้น บริษัทเป็นเพียงตัวแทนที่คอยอำนวยความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้น ข้อมูลและเอกสารทุกอย่างต้องเป็นความจริงความบิดเบียน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงิน ในกรณีที่ VISA ไม่ผ่านทุกกรณี


กรณีเจ็บป่วย
  • กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง


    ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี


เงื่อนไขและข้อมูลควรทราบเพิ่มเติม
  •  กรณีใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มน้ำเงิน) เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า – ออกประเทศใด ๆ ก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น


     เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้ในรายการทัวร์ทั้งหมด


    บริษัทจะทำการยื่นวีซ่าของท่านก็ต่อเมื่อในคณะมีผู้สำรองที่นั่งครบ 10 ท่าน และได้รับคิวการตอบรับจาก ทางสถานทูต เนื่องจากบริษัทจะต้องใช้เอกสารต่างๆที่เป็นกรุ๊ปในการยื่นวีซ่า อาทิ ตั๋วเครื่องบิน, ห้องพักที่ได้รับ การยืนยันมาจากทางยุโรป ,ประกันการเดินทาง ฯลฯ ทางท่านจะต้องรอให้คณะครบ 20 ท่าน จึงจะสามารถยื่น วีซ่าให้กับทางท่านได้อย่างถูกต้อง


     หากในช่วงที่ท่านเดินทางคิววีซ่ากรุ๊ปในการยื่นวีซ่าเต็ม ทางบริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าเดี่ยว ซึ่งทาง ท่านจะต้องเดินทางมายื่นวีซ่าด้วยตัวเอง ตามวัน และเวลานัดหมายจากทางสถานทูต โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยดูแล และอำนวยความสะดวก


     เอกสารต่างๆที่ใช้ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป ทางสถานทูตเป็นผู้กำหนดออกมา มิใช่บริษัททัวร์เป็นผู้กำหนด ท่านที่มีความประสงค์จะยื่นวีซ่าท่องเที่ยวทวีปยุโรป กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และครบถ้วน ตามที่สถานทูตต้องการ เพราะจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าของท่าน บริษัททัวร์เป็นแต่เพียงตัวกลาง และอ านวย ความสะดวกในการยื่นวีซ่าเท่านั้น มิได้เป็นผู้พิจารณาว่าวีซ่าให้กับทางท่าน


     บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด กรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ (10 ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน


     คณะผู้เดินทางจำนวน 10 ท่านขึ้นไป จึงออกเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทางไม่ถึง 10 ท่าน ขอสงวนสิทธิ์เลื่อนวันเดินทาง หรือ ยกเลิกการเดินทาง และกรณีผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่ผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 10 ท่าน ทางบริษัทฯยินดีคืนเงินให้ทั้งหมดหลังจากหักค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง โดยทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 10 วันก่อนการเดินทาง


    กรณีที่ท่านต้องออกตั๋วภายใน เช่น (ตั๋วเครื่องบิน, ตั๋วรถทัวร์, ตั๋วรถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋ว เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบิน หรือเวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ในกรณี ถ้าท่านออกตั๋วภายในโดยไม่แจ้งให้ทราบและหากไฟล์ทบินมีการปรับเปลี่ยนเวลาบินเพราะถือว่าท่านยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าว


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ


    ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ


    ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ


    ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าเชงเก้น (จ่ายตามจริงหน้างาน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเรื่องรวบรวมและแปลเอกสารพร้อมอำนวยความสะดวกในวันยื่น)


ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องตั๋วเครื่องบิน
  • กรณีที่มีตั๋วเครื่องบินแล้วหักออกจากค่าทัวร์ 20,000 บาท


    ชั้นธุรกิจ Business Class เพิ่มเงินจากราคาเดิม 110,000-120,000 บาท


PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿54,717
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เต็มใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿54,717
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿54,717