SIKKIM GANGTOK DARJEELING

อินเดีย

Not Rated จาก 0 รีวิว
0/5

ไฮไลท์แพ็คเกจ

อ้อมกอดแห่งเทือกเขาหิมาลัย

อันแสนโรแมนติคของ 

สิกขิม ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก ลาชุน

7 วัน 5 คืน โดยสายการบิน Indigo

สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติที่คุณไม่เคยเห็นในอินเดีย!


กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา


30 เมษายน-06 พฤษภาคม 2024
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿50,172.00
บริการเสริม
ค่าบริการ

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ-โกลกัลตา-บักโดรกรา-ดาร์จิลิ่ง
  • 00:00

    พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตู 10 แถว W เคาน์เตอร์ สายการบิน Indigo   ต้อนรับท่านโดยเจ้าหน้าที่ ตรวจเช็คสัมภาระและบัตรเดินทาง

  • 02.55

    ออกเดินทางสู่เมืองโกลกัลตา  ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Indigo   เที่ยวบิน  6E59                          

  • 04.15

    ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองโกลกัลตา  นำท่าน รับประทานอาหารเช้า Set Box

  • 07.40

    โดยสายการบิน Indig เที่ยวบิน  6E6785 (เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชม. ) สู่ บักโดรกรา

  • 08.45

    ถึงสนามบิน เมืองบักโดรกรา หลังรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านขึ้นรถ innova (คันละ 4-5 ท่าน)

    เดินทางสู่ ดาร์จิลิ่ง (เวลาในการเดินทาง 3.30 ชม.) ซึ่งเมืองนี้สูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,134 ม.  ตัวเมืองหันหน้าเข้าหาเทือกเขาหิมาลัย ประชากรของดาร์จีลิ่งมีทั้งชาวเนปาล เลปชา ทิเบตและภูเตีย ที่นี่อังกฤษเข้ามาพัฒนาให้เป็นเมืองพักตากอากาศบนภูเขาได้อย่างสวยงามเป็น เมืองราชินีแห่งภูเขา หรือ เมืองพักตากอากาศบนภูเขา  มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของชาที่มีกลิ่นหอมละมุ่น เลิศรส ซึ่งตลอดเส้นทางท่านจะได้เห็นไร่ชาที่เขียวชอุ่มอย่างสวยงาม…ดาร์จีลิ่ง ราชินีแห่งขุนเขาไร่ชาดาร์จีลิงนั้นเป็นไร่ชาที่ขึ้นชื่อลือชามากที่สุดในโลกที่บรรดาคอชาทั้งหลายที่ไปเที่ยวอินเดียต่างใฝ่ฝันต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต นำท่านเดินช้อปปิ้ง ตลาดพื้นเมืองย่าน ชอร์รัสต้า  แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาทิ ชาดาร์จีลิ่ง  


    ดาร์จีลิง (เนปาล: दार्जीलिङ्ग; เบงกอล: দার্জিলিং; ทิเบต: རྡོ་རྗེ་གླིང༌།) เป็นเมื...

    ดาร์จีลิง (เนปาล: दार्जीलिङ्ग; เบงกอล: দার্জিলিং; ทิเบต: རྡོ་རྗེ་གླིང༌།) เป็นเมืองและเทศบาลแห่งหนึ่งในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยน้อยบนความสูง 6,700 ฟุต (2,042.2 เมตร) มีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมผลิตชา จากตัวเมืองสามารถมองเห็นยอดเขากันเจนชุงคาซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่สามของโลก รวมทั้งเป็นที่ตั้งของทางรถไฟสายดาร์จีลิงหิมาลัยซึ่งได้รับการจดบันทึกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ถือเป็นรถจักรไอน้ำเพียงไม่กี่สายที่ยังให้บริการในประเทศอินเดีย

  • ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม ...... หรือเทียบเท่า

วันที่สอง 2 : ไทเกอร์ฮิลล์-วัดธิเบตกุม-บาตาเซีย-ไร่ชา-สวนสัตว์-กังต๊อก
  • 04.30

    ขึ้นไปชมวิวของเทือกเขาหิมาลัยที่ “ไทเกอร์ฮิล” ถ้าอากาศดีจะเห็นยอดเขาคันเชงจุงก้า สูงอันดับ 3 ของโลก เดินทางลงมาจากยอดเขา ระหว่างทางแวะชมวัดทิเบตกูม กอมปา  “GHOOM GOMPA”   เป็นวัดโบราณแต่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ เพื่อบอกว่า “เมืองนี้เป็นศูนย์รวมของความแตกต่างทางความเชื่อหลากหลาย ทั้งพุทธ อิสลาม ฮินดู แม้กระทั่งคริสต์ก็ตาม” ที่แห่งนี้จึงดูกลมกลืนงดงามและทรงเสน่ห์อย่างมิอาจลืมเลือน นำท่านชม บาตาเซีย ( Batasia Loop) ชมอนุสรณ์สถานทหารสร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารกล้ากุรข่า สร้างเมื่อปี 1994 ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสามารถมองวิวได้ 360 องศา  ด้านหน้าคือเทือกเขาหิมาลัย ด้านหลังคือเมืองดาร์จิลิ่ง แล้วยังเป็นที่ชมรถไฟToy Train เป็นรถไฟที่วิ่งบนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 4,000 ฟุต  ได้ด้วย 

    ไทเกอร์ฮิลล์ เป็นจุดชมววิพระอาทิตย์ขึ้น ที่มองเห็นยอดเขาคังเซนจุงการ์อย่างชัดเจน...

    ไทเกอร์ฮิลล์ เป็นจุดชมววิพระอาทิตย์ขึ้น ที่มองเห็นยอดเขาคังเซนจุงการ์อย่างชัดเจนในตอนเช้า เเต่ คุณจะต้องเเหวกนักท่องเที่ยวชาวอินเดียวที่ยืนเเน่นเบียดอย่างปลากระป๋อง ใครที่ทนเหม็นกลิ่นเเขกไหมก็เชิญนะครับ สำหรับผม สามารถชมยอดเขาังเซฯจุงก้าได้ที่ สถานีรถไฟดาร์จีริ่งได้ดีไม่เเพ้กัน

    บาตาเซียลูปเป็นทางรถไฟสายเกลียวที่สร้างขึ้นเพื่อลดความลาดชันของทางขึ้นของทางรถไฟ...

    บาตาเซียลูปเป็นทางรถไฟสายเกลียวที่สร้างขึ้นเพื่อลดความลาดชันของทางขึ้นของทางรถไฟดาร์จีลิงหิมาลัยในเขตดาร์จีลิงของรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย เมื่อมาถึงจุดนี้ ลู่วิ่งจะหมุนวนไปรอบๆ ตัวเองผ่านอุโมงค์และบนยอดเขา ได้รับการว่าจ้างในปี พ.ศ. 2462

  • 07.30

    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

  • 08.00

    ชม ไร่ชา-โรงงานผลิตชา  HAPPY VALLEY  ชมขั้นตอนการผลิตชาที่มีชื่อเสียงของเมืองดาร์จีลิ่ง ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อครั้งอังกฤษเข้ามาปกครองอินเดีย ชมสถานบันสอนการปีนเขา เมืองดาร์จีลิ่ง  พิพิธภัณฑ์ปีนเขาหิมาลัย (Himalayan Mountaineering Institute)สถาบันนักปีนเขาเทือกเขาหิมาลัยนี้ ก่อตั้งโดย ท่านเซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (Sir.Edmund Hillary) จากนิวซีแลนด์ และเทนซิงก์ นอร์เกย์(Tenzing Norgay) ชาวซาปา จากดาร์จีลิ่ง ได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเอเวอร์เรสต์ได้สำเร็จ หลังจากพิชิตเอเวอร์เรสต์ได้สำเร็จเพียงปีเดียว เทนซิงก์ก็ได้กลับมาก่อตั้งสถาบันนักปีนเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ ปีค.ศ. 1954 เพื่อฝึกฝนชาวอินเดียผู้จะเป็นคนนำทางการปีนเขา ซึ่งในปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์ของการปีนเขา (Mountaineering Museum) อันมีแบบจำลองเทือกเขาหิมาลัย ประวัติการปีนเขา รูปภาพและประวัติของผู้พิชิตยอดเขาต่างๆ โมเดลของยอดเขาสูงในแต่ละทวีป อุปกรณ์ปีนเขาตั้งแต่ยุคแรกๆ รวมถึงการตั้งแคมป์บนที่สูง (Altitude Camp) ตัวอย่างพรรณไม้และพันธุ์สัตว์ของเทือกเขาหิมาลัย ชม  สวนสัตว์ปมาจาร์ นัยดรู “ PADMAJA  NAIDU  HIMALAYA ZOOLOGICAL PARK” ที่นี่ท่านจะได้ชมสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่สูงอาทิ ยัค หมีดำหิมาลัย หมีแพนด้าแดง  เสือไซบีเรีย และอื่นๆ อีกมากมาย... 

  • 12.00

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารระหว่างทาง

  • บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่  เมืองกังต็อก “GANGTOK” (ประมาณ 3 ชม.) ซึ่งเป็นเมืองหลวงประจำแคว้นสิกขิม ความหมายว่า เนินสูงหรือยอดเขาสูง ซึ่งสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,780 เมตร เป็นชุมชนโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอาณาจักรเมืองกังต็อก จนกระทั่งเดินทางถึงเมืองกักต๊อก เมืองหลวงของสิกขิม ตั้งอยู่ด้านล่างของเทือกเขาหิมาลัย เป็นเมืองในหุบเขาที่สวยงามแห่งหนึ่ง มีความหมายว่าเนินเขาสูงเหนือระดับน้ำทะเล  1,780 เมตร เป็นชุมชนโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอาณาจักร

    ท่านช้อปปิ้งย่านตลาด เอ็ม จี มาร์จ  ซึ่งตลอดแนวสองข้างทาง เรียงรายไปด้วยร้านขายของมากมาย (เปิดบริการ 10.00 น.-21.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร)


    กังต็อก (อังกฤษ: Gangtok; เนปาล: गान्तोक; สิกขิม: སྒང་ཐོག་) เป็นนครเทศบาล เมืองห...

    กังต็อก (อังกฤษ: Gangtok; เนปาล: गान्तोक; สิกขิม: སྒང་ཐོག་) เป็นนครเทศบาล เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐสิกขิม ประเทศอินเดีย และยังเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของเขตสิกขิมตะวันออก กังต็อกตั้งอยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ที่ระดับความสูง 1,650 เมตร (5,410 ฟุต) กังต็อกมีประชากร 100,000 คนจากหลากหลายชาติพันธุ์ เช่น ชาวเนปาล ชาวเลปชา ชาวภูฏาน ฯลฯ โดยตั้งถิ่นฐานที่จุดสูงกว่ายอดเขาของหิมาลัยและใช้ชีวิตในสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิไม่หนาวจัดตลอดปี กังต็อกยังเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐสิกขิม กังต็อกมีชื่อเสียงทางด้านการเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวพุทธหลังจากที่ได้ก่อสร้างวัดเอนเชย์ ในปี ค.ศ. 1840 และ ในปี ค.ศ. 1894 ผู้ปกครองชาวสิกขิม โชกยัล ทูต็อบ นัมกยัล (Thutob Namgyal) ได้ย้ายเมืองหลวงมายังกังต็อก และช่วงต้นศตวรรษที่ 20 กังต็อกกลายเป็นจุดหยุดพักเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่างลาซาในทิเบตกับเมืองอื่น ๆ อย่างโกลกาตา (ขณะนั้นคือ กัลกัตตา) ในบริติชอินเดีย ต่อมาหลังจากอินเดียได้รับอิสรภาพจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1947 สิกขิมเลือกที่จะเป็นประเทศอิสระที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีกังต็อกเป็นเมืองหลวง ในปี ค.ศ. 1975 หลังจากรวมกับสหภาพอินเดีย กังต็อกเป็นเมืองหลวงของรัฐที่ 22 ของอินเดีย ความหมายที่ถูกต้องของชื่อ "กังต็อก" นั้นยังไม่ชัดเจน แม้ว่าความหมายที่เป็นที่นิยมที่สุดนั้นจะหมายถึง "ยอดเนินเขา" (hill cut) ปัจจุบันกังต็อกโดดเด่นในฐานะเมืองชุมชนที่มีผู้รู้หนังสือร้อยละ 94 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

  • 19.30

    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม

    เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ...... หรือเทียบเท่า


วันที่สาม 3 : กังต๊อก-คเนศต็อก-หนุมานต็อก-ทะเลสาบฉางโก-city tour
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก 

  • 07.00

    นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบฌางโก (ประมาณ 2 ชม.) ระหว่างทางแวะชมวิวความงดงามของเทือกเขา ชมวิว คเณศต็อก ซึ่งเป็นวัดสำคัญของศาสนาฮินดู ประดิษฐานพระพิคเณศเทพเจ้าแห่งการขจัดอุปสรรคและเป็นเทพแห่งงานศิลปะทุกแขนง จากนั้นชมวิวที่ หนุมานต็อก เป็นวัดทางศาสนาฮินดูอีกเช่นกัน ซึ่งเป็นเทพแห่งเจ้าแห่งชัยชนะ ทหารเอกของพระรามในวรรณกรรมชิ้นเอกของโลกคือเรื่องรามเกียรต์  ชาวสิกขิมทุกคนจะมาขอพรทุกวันสำคัญที่วัดทั้งสองแห่งนี้เป็นประจำ  จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่ ทะเลสาบฌางโก “TSOMGO LAKE”นำท่านนั่งกระเช้าลอยฟ้า (Gangtok Ropeway) (ระยะทาง 34 กม.) ทะเลสาบฌางโก สูงประมาณ 3,774 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีรูปทรงสัณฐานเป็นวงรีลึกประมาณ   15 เมตร เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลุงเฌ่ชูไหลไปบรรจบกับแม่น้ำรังโปและถือกันว่าเป็นแหล่งต้นน้ำธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ในสมัยอดีตพระลามะหลวงจะทำนายดวงชะตาเมืองจากการเพ่งกสิณ ณ ทะเลสาบแห่งนี้  สนุกสนานกับกิจกรรม ขี่จามรี สัตว์ภูเขาที่ได้รับการแต่งตัวด้วยสีสันสดใส พักผ่อน ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก จนถึงเวลานัดหมาย


    ทะเลสาบ Tsomgo หรือที่รู้จักกันในชื่อทะเลสาบ Tsongmoหรือทะเลสาบ Changguเป็นทะเลส...

    ทะเลสาบ Tsomgo หรือที่รู้จักกันในชื่อทะเลสาบ Tsongmoหรือทะเลสาบ Changguเป็นทะเลสาบน้ำแข็งใน Changu ในเขต Gangtokของรัฐสิกขิม ของ อินเดียห่างจากเมืองหลวงGangtok ประมาณ 40 กิโลเมตร (25 ไมล์ ) ทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,753 เมตร (12,313 ฟุต) ทะเลสาบยังคงเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว พื้นผิวทะเลสาบสะท้อนสีที่แตกต่างกันไปตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล และเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงของชาวสิกขิมในท้องถิ่น พระ ภิกษุพยากรณ์ภายหลังศึกษาสีสันที่เปลี่ยนไปของทะเลสาบ

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองระหว่างทาง

  • บ่าย

    เดินทางกลับสู่ เมืองกังต็อก (ประมาณ 2 ชม.) เมืองกังต็อก (Gangtok) เมืองหลวงแห่งรัฐสิกขิม กังต็อกถือกำเนิดเกิดขึ้นราว ปี ค.ศ. 1716 ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ เท่านั้น จนกระทั่งได้มีการสร้างวัดเอนเซย์ (Enchey Monastery) ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1840 กังต็อกจึงกลายเป็นศูนย์กลางของการแสวงบุญไปโดยปริยาย ต่อมาในปี ค.ศ. 1894 ธูทอบ นัมเกล (Thutob Namgyall) กษัตริย์ผู้ปกครองสิกขิมซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษอีกที ได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองทุมลอง (Tumlong) มาอยู่ที่เมืองกังต็อก (Gangtok) แทน นับแต่นั้นมา กังต็อกซึ่งมีบทบาทมากในฐานะเมืองหลวงแห่งสิกขิม (แม้ว่าภายหลังสิกขิมจะกลายเป็นรัฐที่ 22 ภายใต้การปกครองของอินเดีย กังต็อกก็ยังเป็นเมืองหลวงเช่นเดิม)กังต็อกประกอบด้วยชาวเนปาล ภูฏาน และชาวอินเดียเป็นส่วนใหญ่ (tashilling) อยู่ใต้ The Secretatit เป็นสถานีสูงสุด 

    นำท่านชม Flower show Hall  ศูนย์จัดแสดงดอกไม้เมืองหนาวประจำเมืองกังต๊อก ทุกปีจะมีเทศกาลดอกไม้  จัดขึ้นโดยรัฐสิกขิมเพื่อเป็นการโปรโมรทการท่องเที่ยว ในศูนย์มีการจัดแสดงดอกไม้ อาทิเช่น ดอกกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ ไม้เมืองหนาว ฯลฯ  นำท่านเที่ยววัดเอนเซย์ (Enchey Monastery หรือ Enchey Gompa)  เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่มีอายุประมาณ 200 ปี สร้างขึ้นโดยพระลามะชื่อ Drupthob Karpo โดยเริ่มแรกพระ Drupthob Karpo ได้สร้างกุฏิเล็กๆ ไว้ที่นี่ก่อน ต่อมาในระหว่างการปกครองของ Sikyong Tulku (ปี ค.ศ. 1909-1910) เขาจึงได้สร้างวัดนี้ขึ้นมา ตามลักษณะรูปทรงเจดีย์จีน จากนั้นเลือกซื้อสินค้าประเภทหัตถกรรมพื้นบ้านที่ COTTAGE INDUSTRIES   

  • ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม  

    เข้าสู่ที่พัก  โรงแรม ...... หรือเทียบเท่า

    *หมายเหตุ ให้ทุกท่านจัดกระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างที่หมู่บ้านลาชุง1คืน ซึ่งเป็นสถานที่มีอุณหภูมิหนาวสุดของรายการ  

    อย่าลืมจัดเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย กระเป๋าใบใหญ่เราจะฝากไว้ที่โรงแรมในเมืองกังต๊อก


วันที่สี่ 4 : กังต๊อก- จุดชมวิวพอยท์-ยอดเขาคันชังจุงก้า -สถูปโดร์-หมู่บ้านลาซุง
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก 

    หลังอาหารนำท่านชมวิวความงดงามของ ยอดเขาคันชังจุงก้า ที่ จุดชมวิวพอยท์ กลางเมืองกังต็อก ซึ่งท่านจะสามารถมองเห็นความสลับซับซ้อนของเทือกเขาหิมาลัย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านลาชุง ( ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ) เมืองที่มีธรรมชาติสวยงามตัวเมืองโอบล้อมด้วยอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย สัมผัสวิถีชีวิตพื้นเมืองของชาวลาเชนปา ระหว่างทางแวะชม กระบี่ลงศก สถานที่แห่งนี้เป็นที่สาบานของหัวหน้าเผ่าเลปชาและหัวหน้าเผ่าคัมปา ทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมสาบาน จุดเริ่มต้นแห่งการก่อตั้งสร้างอาณาจักรสิกขิม นำท่านชม สถูปโดดูร์ (Do-Drul Chorten) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2488 ถือว่าเป็นสุดยอดสถูปแห่งความศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในอาณาจักรสิกขิม สร้างโดยพระมหาเถระตรุลศรี รินโปเช ประธานสงฆ์แห่งนิกายน์ญิงมาในพระพุทธศาสนามหายานในธิเบต ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน Nyingma เป็นโรงเรียนที่เก่าแก่ที่สุดใน 4 โรงเรียนของพุทธศาสนาในทิเบต บริเวณรอบสถูปประกอบด้วย 108 วงล้อภาวนาที่พุทธศาสนิกาชนใช้หมุนไปพร้อมกับการสวดมนต์ โอม มณี ปัท เม ฮุม ซึ่งหมายถึงอัญมณีในดอกบัว องค์พระสถูปโดดูร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงชัยชนะของความดีที่มีต่อความชั่วร้ายทั้งปวง ถือเป็นพระสถูปเจดีย์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสิกขิม โดยด้านในบริเวณพระสถูปจะมีสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอยู่หลายอย่าง เช่น พระโพธิสัตว์ที่ทำด้วยเงิน หนังสือศักดิ์สิทธิ์ บทสวดมนต์ ภาพวาดทางศาสนา ภาพวาดทังก้า และเอกสารต้นฉบับลายมือสมัยโบราณที่เป็นภาษาสันสกฤต ทิเบต จีน และเลปซา (ประกอบไปด้วย Prajna Paramita และ Astasahastra ที่เขียนลงในต้นฉบับที่เป็นทองคำ ส่วน Saratama Prajnaparamita เป็นต้นฉบับที่เขียนลงไปในปาลม เมื่อศตวรรษที่ 11 โดย Ratnakara Shanti และ Prajana Paramita Sutra ที่เป็นต้นฉบับลายมือของจีนในศตวรรษที่ 12 ซึ่งนำมาจากเกาหลีใต้) จากนั้น นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านลาชุง หมู่บ้านที่อยู่ทางสิกขิมเหนือ ท่านจะได้สัมผัสกับภูมิทัศน์และบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติหมู่บ้านนี้โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย และวิวทิวทัศน์อันสวยงามตลอดเส้นทาง



  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมือง หมู่บ้านนาม็อก (ระหว่างทาง)

  • บ่าย

    นำท่านเดินทางต่อ ในระหว่างทาง ผ่านจุดชมวิว  และแวะชมน้ำตกนากา, หุบเขาแม่น้ำลาชุง ชู, น้ำตกทวิน, น้ำตกบิม นาลา ท่านจะได้เห็นและสัมผัสกับน้ำตกที่สวยงามและแปลกตา บางช่วงปรากฏสายน้ำทิ้งตัวพุ่งดิ่งผ่านผาสูงลิบลิ่ว ชม วัดโพดอง “PHODANG  MONASTERY” ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1740 เป็นพระอารามของพระธิเบต ที่ได้รับการบูรณะให้งดงามมาโดยตลอด (จุดหมายไม่ใช่ปลายทางแต่ในระหว่างทางเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด)

    อารามโพดง (หรือ โพดัง และ โพดง; ทิเบต : ཕོ་གདོང , ไวลี : pho gdong ) เป็น วัด พุ...

    อารามโพดง (หรือ โพดัง และ โพดง; ทิเบต : ཕོ་གདོང , ไวลี : pho gdong ) เป็น วัด พุทธในสิกขิมประเทศอินเดีย ห่างจากกังต็อก 28 กม . สร้างขึ้นในต้นศตวรรษที่ 18 แต่ปัจจุบันมีอารามเก่าแก่อยู่ก่อนแล้ว Karmapa ลำดับที่ 9ได้รับเชิญจากกษัตริย์แห่งสิกขิมซึ่งเขาได้ก่อตั้งอารามสามแห่ง: Rumtek ซึ่งเป็นหนึ่งในอารามที่สำคัญที่สุดของ สำนัก Karma Kagyuของศาสนาพุทธในทิเบต , อาราม Phodong และ Ralang มันถูกสร้างขึ้นใหม่โดยSidkeong Tulku Namgyal ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นวิญญาณของลุงของเขาSidkeong Namgyalเจ้าอาวาสของอาราม Palden Thondup Namgyalเป็นผู้ดำเนินการต่อ อารามแห่งนี้มีที่พักของพระสงฆ์ประมาณ 260 รูป และมีคอลเล็กชันภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณจำนวนมาก

  • 18.30

    ถึง หมู่บ้านลาชุง หมู่บ้านที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย นำท่านชมวิวทิวทัศน์กับบรรยากาศสุดโรแมนติกและยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก 

  • 19.30

    รับประทานอาหารค่ำ  ณ โรงแรม

    ที่พัก โรงแรม...... หรือเทียบเท่า


วันที่ห้า 5 : หมู่บ้านลาซุง- หุบเขายุมถัง YUMTHANG VALLEY
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก

    นำท่านเดินทางสู่ หุบเขายุมถัง สวิตเซอร์แลนค์แห่งตะวันออกใช้เวลาในการเดินทางจากลาชุงไปประมาณ 2-3 ชม. ตลอดสองข้างทางจะผ่านหุบเขา ลำธาร เส้นทางขึ้นเขา 2 ฝั่ง ท่านจะได้เห็นหินที่มีหิมะปกคลุม   ตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,659 เมตร เป็นหุบเขาที่มีธรรมชาติงดงามที่สุดในสิกขิม ระหว่างการเดินทางผ่านความงดงามของธรรมชาติที่ได้สรรสร้างท้องฟ้าสีน้ำเงินโอบล้อมหุบเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมเป็นช่วงแห่งความหนาวเย็น มีหิมะขาวโพลนปกคลุมยอดเขาอย่างสวยงาม ให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

    หุบเขายุมถัง ตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,600 – 4,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อยู่ห่า...

    หุบเขายุมถัง ตั้งอยู่บนระดับความสูง 3,600 – 4,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากลาชุง ประมาณ 24 กม.เป็นหุบเขาที่มีธรรมชาติงดงามที่สุดในสิกขิม ความงดงามของธรรมชาติที่เต็มไปด้วยหิมะ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หุบเขายุมถัง ได้รับสมญานามว่า “สวิสแห่งเอเชีย” ที่นี่นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งดอกไม้ และมีดอกกุหลาบพันปีกว่า 24 สายพันธุ์แล้ว ยังมีน้ำพุร้อน และที่ปลายสุดของยอดเขาสูง “Zero Point” ก็เป็นดินแดนสวยงาม ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ บน “Zero Point” มีความสูงถึง 4,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ช่วงที่เหมาะที่จะเที่ยวที่หุบเขายุมถัง คือ ช่วงเดือนเมษายน – เดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสวยงามมาก หุบเขายุมถัง ทำให้ผู้ที่ไปสัมผัสเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่พิเศษที่เพิ่งเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ไม่นาน มีคำเปรียบเทียบว่าเป็นฝาแฝดกับสวิตเซอร์แลนด์ เพราะวิวทิวทัศน์จะสวยงามและคล้ายกันมาก ก็เพราะด้วยความสวยงามทางธรรมชาติอย่างเหลือเชื่อของยุมถัง ทำให้นักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกเทคะแนนให้ตีคู่มากับสวิตเซอร์แลนด์

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

  • บ่าย

    นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกังต็อก  (ใช้เดินทางประมาณ 6 ชม.) เมืองกังต็อก (Gangtok) ภาษาภูเทีย กัง คือ ที่ราบ และ ต็อก คือ เนินเขา รวมกันเป็น ที่ราบที่อยู่บนเนินเขา  กังต็อกนั้นเป็นเมืองหลวงของสิกขิมอยู่ด้านล่างเทือกเขาหิมาลัย เมื่อก่อนเป็นเมืองเล็กๆ แต่พอมีการสร้างวัดเอนเซย์ (Enchey Monastery) ในปี ค.ศ. 1840 ทำให้กังต็อกกลายเป็นศูนย์กลางของนักสวงบุญ และเป็นที่พักระหว่างทางทิเบตกับอินเดีย จนถึง ศตวรรษที่ 19 ในปี 1894 ธูทอบ นัมเกล (Thutob Namgyal) กษัตริย์ผู้ปกครองสิกขิมอยู่ภายใต้การปครองของอังกฤษอีกทีได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองทุมลอง (Tumlong) มาเมืองกังต็อก (Gangtok) จากนั้นกังต็อกจึงเป็นเมืองหลวงของสิกขิม ภายหลังสิกขิมจะกลายเป็นรัฐหนึ่งของอินเดียก็ตาม ระหว่างเส้นทางนำท่านชม น้ำตกนากา หุบเขาแม่น้ำลาซุงชู  และน้ำตกทวิน  น้ำตกบิมนาลา ชมแสงอาทิตย์ที่ทอแสงผ่านสายหมอกที่พาดพันขุนเขาสูง  เปลี่ยนเป็นลำแสง พราวพรรณ ตกลงต้องหุบเขาและ แม่น้ำทิสต้า “TESTA” ที่อยู่เบื้องล่าง อิสระชมทิวทัศน์ระหว่างสองข้างทางที่สวยงามตลอดเส้นทาง  อิ่มเอมกับการเก็บภาพแห่งความประทับใจ 

    กังต็อก (อังกฤษ: Gangtok; เนปาล: गान्तोक; สิกขิม: སྒང་ཐོག་) เป็นนครเทศบาล เมืองห...

    กังต็อก (อังกฤษ: Gangtok; เนปาล: गान्तोक; สิกขิม: སྒང་ཐོག་) เป็นนครเทศบาล เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐสิกขิม ประเทศอินเดีย และยังเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของเขตสิกขิมตะวันออก กังต็อกตั้งอยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ที่ระดับความสูง 1,650 เมตร (5,410 ฟุต) กังต็อกมีประชากร 100,000 คนจากหลากหลายชาติพันธุ์ เช่น ชาวเนปาล ชาวเลปชา ชาวภูฏาน ฯลฯ โดยตั้งถิ่นฐานที่จุดสูงกว่ายอดเขาของหิมาลัยและใช้ชีวิตในสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิไม่หนาวจัดตลอดปี กังต็อกยังเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัฐสิกขิม กังต็อกมีชื่อเสียงทางด้านการเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวพุทธหลังจากที่ได้ก่อสร้างวัดเอนเชย์ ในปี ค.ศ. 1840 และ ในปี ค.ศ. 1894 ผู้ปกครองชาวสิกขิม โชกยัล ทูต็อบ นัมกยัล (Thutob Namgyal) ได้ย้ายเมืองหลวงมายังกังต็อก และช่วงต้นศตวรรษที่ 20 กังต็อกกลายเป็นจุดหยุดพักเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่างลาซาในทิเบตกับเมืองอื่น ๆ อย่างโกลกาตา (ขณะนั้นคือ กัลกัตตา) ในบริติชอินเดีย ต่อมาหลังจากอินเดียได้รับอิสรภาพจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1947 สิกขิมเลือกที่จะเป็นประเทศอิสระที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีกังต็อกเป็นเมืองหลวง ในปี ค.ศ. 1975 หลังจากรวมกับสหภาพอินเดีย กังต็อกเป็นเมืองหลวงของรัฐที่ 22 ของอินเดีย ความหมายที่ถูกต้องของชื่อ "กังต็อก" นั้นยังไม่ชัดเจน แม้ว่าความหมายที่เป็นที่นิยมที่สุดนั้นจะหมายถึง "ยอดเนินเขา" (hill cut) ปัจจุบันกังต็อกโดดเด่นในฐานะเมืองชุมชนที่มีผู้รู้หนังสือร้อยละ 94 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

  • 19.30

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก                                                                              

    นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม .......หรือเทียบเท่า


วันที่หก 6 : กังต๊อก-บักโดกร้า-โกลกัลต้า
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า (แพ็กกล่อง) 

    เดินทางทางสู่ สนามบินบักโดกร้า  (ใช้เวลาในการเดินทาง 4-5 ชม.) 


  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

  • บ่าย

    เดินทางถึง สนามบินบักโดกร้า นำท่านเช็คอินและตรวจสัมภาระ (check2 รับกระเป่าที่สุวรรณภูมิ)

  • 18.25

    ออกเดินทางสู่ โกลกัลตา โดยสายการบิน อินดิโก้   เที่ยวบิน 6E6135

  • 19.30

    เดินทางถึง โกลกัลตา รอต่อเครื่อง

  • ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ  (แพ็กกล่องสนามบิน)

  • 21.30

    เดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน อินดิโก้ เที่ยวบิน  6E1057


วันที่เจ็ด 7 : กรุงเทพฯ
  • 01.40

    ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ 

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ ฿
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 20 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 45 วัน เก็บค่ามัดจำ 20,000 THB
ข้อมูลเอกสารในการขอวีซ่า
  • พาสปอร์ต มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในวันเดินทาง


    รูปถ่ายสี 2 x 2 นิ้ว 2 ใบ หน้าตรง ฉากหลังสีขาวเท่านั้น


    สำเนาบัตรประชาชน  และ สำเนาทะเบียนบ้าน


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ภาษีสนามบินสุวรรณภูมิและที่อินเดีย


    ที่พัก และอาหารตามที่ระบุในรายการ


    รถปรับอากาศ พร้อมพนักงานขับรถผู้ชำนาญเส้นทางนำเที่ยวตามรายการ


    ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุไว้ในรายการ


    น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม


    ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง กรณีการเสียชีวิต วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท


    ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับเที่ยวบินตามรายการ 


    ค่าธรรมเนียมวีซ่า ประเทศอินเดีย


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางและค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว


    ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด


    ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง


    ค่าทิปคนขับรถ เด็กรถ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,500 บาท


    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย แล้วแต่ความพึงพอใจในบริการ


    ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี) 


หมายเหตุ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้


    บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง และภัย  ธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่าง ๆทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้


บทวิจารณ์

0/5
Not Rated
ขึ้นอยู่กับ 0 บทวิจารณ์
ไม่มีรีวิว

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿50,172.00
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เต็มใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿50,172
0 บทวิจารณ์
แพ็คเกจทัวร์ที่คุณอาจกำลังมองหา
เพิ่มเติม แพ็กเกจทัวร์ได้รับคะแนนสูง
เริ่มต้นเพียง ฿32,643
PPT-VISAKHA BUCHA-6D3N-6E
เริ่มต้นเพียง ฿51,060
SIKKIM GANGTOK DARJEELING
เริ่มต้นเพียง ฿50,172