เลห์ ลาดักห์ นูบราวัลเลย์ 7 วัน 5 คืน

อินเดีย

Not Rated จาก 0 รีวิว
0/5

ไฮไลท์แพ็คเกจ

เส้นทางหลวงสูงอันดับหนึ่งของโลก ประสบการณ์แปลกใหม่ครั้งเดียวของชีวิต ท่องเทียวไปบนเส้นทางหนึ่งเดียวในโลก ที่น้อยคนจะได้สัมผัสดินแดนแห่งพุทธทิเบตบนที่สูง โอบล้อมไปด้วยขุนเขาทอดตัวยาวมาจากหิมาลัยในดินแดนแห่งนี้ ยังมีกลุ่มคนทีใช้ชีวิตเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและความศรัทธาท่ามกลางธรรมชาติอันสุดอัศจรรย์ เป็นดินแดนสวรรค์ที่หลากหลายด้วยธรรมชาติแสนงดงามที่สุดในโลกทีซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนกลาง เทือกเขาหิมาลัยขาหิมาลัย

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา


01-07 กรกฎาคม 2024
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿49,593.00
บริการเสริม
ค่าบริการ
05-11 สิงหาคม 2024
ผู้ใหญ่
฿49,593.00

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : สนามบินสุวรรณภูมิ - เดลลี
  • 14.55

    พบกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นที่4 สายการบินแอร์อินเดีย (AI) เพื่อทำการเช็คอิน และรับบัตรโดยสาร โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ให้การต้อนรับ

  • 17.55

    เหิรฟ้าสู่ เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบินแอร์อินเดีย (AI)  เที่ยวบินที่ AI335

    ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง **เวลาอินเดียช้ากว่าเวลาไทย 1.30 ชั่วโมง**


  • 20.50

    ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี กรุงนิวเดลี ***รอต่อเครื่องภายใน***

วันที่สอง 2 : เดลลี - เลห์
  • 04.55

    เหินฟ้าสู่เมืองเลห์ศูนย์การแห่งการท่องเที่ยวในเทือกเขาลาดัตโดยสายการบินภายในประเทศแอร์อินเดีย (AI) เที่ยวบินที่ AI447


  • 06.20

    ถึงสนามบินเลห์ สนามบินพาณิชย์ที่อยู่สูงที่สุดในโลก เมืองเลห์ตั้งอยู่ในระดับความสูง 3,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังคงมีมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวทิเบตหลงเหลือให้เห็น 

    นำท่านเดินทางสู่ที่พักเพื่อพักผ่อนและปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับระดับความสูงของเมืองเลห์

    รับประทานอาหารเช้า


    Leh Palace หรือที่รู้จักกันในชื่อ Lachen Palkar Palace เป็นพระราชวังเดิมที่มองเห...

    Leh Palace หรือที่รู้จักกันในชื่อ Lachen Palkar Palace เป็นพระราชวังเดิมที่มองเห็นเมือง Leh ใน Ladakh ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในราวปี 1600 โดย Sengge Namgyal วังถูกทิ้งร้างเมื่อกองกำลัง Dogra เข้าควบคุม Ladakh ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และบังคับให้ราชวงศ์ย้ายไปที่ Stok Palace สูงเก้าชั้น; ชั้นบนเป็นที่พักของราชวงศ์ ส่วนชั้นล่างเป็นคอกม้าและห้องเก็บของ พระราชวังส่วนใหญ่อยู่ในสภาพทรุดโทรม และเหลือรอดจากการตกแต่งภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พิพิธภัณฑ์พระราชวังจัดแสดงเครื่องเพชรพลอย เครื่องประดับ ชุดพิธีการ และมงกุฎมากมาย ทังกาทิเบตหรือภาพเขียนที่มีอายุกว่า 450 ปี ด้วยการออกแบบที่ประณีตยังคงรักษาสีสันอันสดใสที่ได้จากอัญมณีและหินบดและผง สิ่งก่อสร้างรอบๆ ฐานของพระราชวัง ได้แก่ สถูป Namgyal อันโดดเด่น (ทิเบต: གཙུག་གཏོར་རྣམ་རྒྱལ་མ།, สันสกฤต: Uṣṇīṣavijayā), Chandazik Gompa ที่มีจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใส (ทิเบต: སྤྱན་གཟིགས, สันสกฤต: अवलोकितेश/ avalokiteśvara) และ 1430 Chamba Lhakhang (ทิเบต: བྱམས་མགོན་ ། ། sanskrit: मैत/ maitreya พระพุทธเจ้า) . วังกำลังได้รับการบูรณะโดยการสำรวจทางโบราณคดีของอินเดีย พระราชวังเปิดให้สาธารณชนเข้าชมและหลังคาให้ทัศนียภาพอันงดงามของ Leh และพื้นที่โดยรอบ

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง

  • บ่าย

    นำท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองเลห์และบาร์ซาร์ท้องถิ่น ให้ท่านค่อยๆ เดินชมวิถีชีวิตและการค้าท้องถิ่นอย่างสบายๆ ซึ่งจะต้องมีการปรับตัวในแต่ละก้าวย่างพร้อมกับฝึกกำกับลมหายใจเพื่อดึงออกซิเจนเข้ามาสู่ร่างกายและสมองให้มากกว่าการใช้ชีวิตปรกติในประเทศไทย

  • เย็น

    กลับเข้าสู่ที่พัก พร้อมรับประทานอาหารค่ำ คืนนี้นอนแต่หัวค่ำพักผ่อนให้ร่างกายปรับตัว Hotel Sky Desert หรือเทียบเท่า

วันที่สาม 3 : เลห์
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ. ที่พัก

    จากนั้น นำท่านชม พระราชวังเลห์ ( Leh Palace ) ซึ่งเป็นพระราชวัง ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้น ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1630 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรม ใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง พิพิธภัณฑ์สตอคพาเลซ (Stok Palace Museum - StokGompa) ซึ่งอยู่ในพระราชวังสตอค ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเลห์ ไปทางทิศใต้ 15 ก.ม.  ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เป็นของโบราณที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16  มีทั้งมงกุฎ อาวุธ เครื่องแต่งกาย และอัญมณีอันมีค่า เหรียญทองแดง อุปกรณ์ของใช้ที่เกี่ยวกับการสวดมนต์ภวนา และงานศิลปะชั้นสูงที่มีค่าต่าง ๆ ของราชวงศ์ 


    Leh Palace หรือที่รู้จักกันในชื่อ Lachen Palkar Palace เป็นพระราชวังเดิมที่มองเห...

    Leh Palace หรือที่รู้จักกันในชื่อ Lachen Palkar Palace เป็นพระราชวังเดิมที่มองเห็นเมือง Leh ใน Ladakh ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในราวปี 1600 โดย Sengge Namgyal วังถูกทิ้งร้างเมื่อกองกำลัง Dogra เข้าควบคุม Ladakh ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และบังคับให้ราชวงศ์ย้ายไปที่ Stok Palace สูงเก้าชั้น; ชั้นบนเป็นที่พักของราชวงศ์ ส่วนชั้นล่างเป็นคอกม้าและห้องเก็บของ พระราชวังส่วนใหญ่อยู่ในสภาพทรุดโทรม และเหลือรอดจากการตกแต่งภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พิพิธภัณฑ์พระราชวังจัดแสดงเครื่องเพชรพลอย เครื่องประดับ ชุดพิธีการ และมงกุฎมากมาย ทังกาทิเบตหรือภาพเขียนที่มีอายุกว่า 450 ปี ด้วยการออกแบบที่ประณีตยังคงรักษาสีสันอันสดใสที่ได้จากอัญมณีและหินบดและผง สิ่งก่อสร้างรอบๆ ฐานของพระราชวัง ได้แก่ สถูป Namgyal อันโดดเด่น (ทิเบต: གཙུག་གཏོར་རྣམ་རྒྱལ་མ།, สันสกฤต: Uṣṇīṣavijayā), Chandazik Gompa ที่มีจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใส (ทิเบต: སྤྱན་གཟིགས, สันสกฤต: अवलोकितेश/ avalokiteśvara) และ 1430 Chamba Lhakhang (ทิเบต: བྱམས་མགོན་ ། ། sanskrit: मैत/ maitreya พระพุทธเจ้า) . วังกำลังได้รับการบูรณะโดยการสำรวจทางโบราณคดีของอินเดีย พระราชวังเปิดให้สาธารณชนเข้าชมและหลังคาให้ทัศนียภาพอันงดงามของ Leh และพื้นที่โดยรอบ

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารเที่ยง  

  • บ่าย

    จากนั้นนำชม พระราชวังเชย์ ( Shey Palace)  ซึ่งเดิมชื่อ เชรน ภาษาลาดัคห์แปลว่ากระจก เนื่องจากกษัตริย์ผู้สร้างได้ขุดสระน้ำกว้างไว้หน้าวังเพื่อต้องการให้สะท้อนพระราชวังลงสู่พื้นน้ำ พระราชวังเชย์เป็นพระราชวังที่เก่าแก่สุดของลาดัคห์สร้างโดยกษัตริย์องค์แรกของลาดัคห์ ในศตวรรษที่ 10-11 ปัจจุบันไม่มีคนอยู่อาศัยแล้ว 

    ได้เวลาสมควรเดินทางกลับที่พัก


  • เย็น

    รับประทานอาหารเย็นพักผ่อนตามอัธยาศัย 

    ที่พัก Hotel Sky Desert หรือเทียบเท่า


วันที่สี่ 4 : เลห์–หุบเขานูบรา(125 ก.ม.)
  • เช้า

    รับประทานอาหารที่โรงแรม

    จากนั้น นำท่านเดินทางโดยรถจี๊ปสู่ หุบเขานูบรา ( NubraValley ) ระยะทางห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 125 กิโลเมตร ระหว่างทางท่านจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของ เทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาคาราโครัมที่โอบล้อม ประดุจดังจะเก็บความลับสำคัญของลาดัคห์เอาไว้รอผู้คนมาค้นหา โดยเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไปหุบเขานูบรา  ระหว่างทางนำท่านทำสถิติโลกด้วยการเดินทางขึ้นสู่ ช่องเขาคารตุงลาพาส ( Khardung la Pass ) ซึ่งเป็นช่องเขาที่เป็นเส้นทางรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลก(5,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาหิมาลัย และเทือกเขาคาราโคลัมที่ทอดตัวยาว โอบล้อมคาตุงลาพาสไว้ ชมทิวทัศน์ที่เหมือนอยู่บนยอดเขาตลอด ชมยอดเขาอื่นๆ สลับซับซ้อนกว้างไกล บางยอดก็มีหิมะคลุม สะท้อนแสงแวววาว บางยอดก็โล้นไม่มีต้นไม้ปกคลุม แต่มีสีสันหลากหลาย สวยงามมากแวะ ถ่ายรูปเส้นทางหลวงที่สูงสุดของโลก พร้อมทั้งถ่ายรูปพรมแดนภูเขาระหว่างอินเดียปากีสถาน เป็นที่ระลึกชมความงดงามของทัศนียภาพบนหลังคาโลก ณ คาตุงลาพาส 

    จากนั้น ออกเดินทางต่อสู่ หุบเขานูบรา ระหว่างทางชมภูมิทัศน์อันงดงามของภูเขาสูงเสียดฟ้าห่อหุ้มด้วยหิมะบนปลายยอด ตัดกับฉากหลังของเส้นขอบฟ้า สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้แก่ผู้พบเห็นนูบราในภาษาท้องถิ่นมีความหมายว่า หุบเขาแห่งดอกไม้ เราสามารถพบเห็น กุหลาบสีเหลือง แอปเปิ้ล และ สวนแอปริคอต ที่ชาวลาดัคห์ปลูกไว้เรียงรายอยู่ทั่วหุบเขานูบรา นอกจากนี้หุบเขานูบรายังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด 


    Nubra หรือที่เรียกว่า Dumra เป็นภูมิภาคประวัติศาสตร์ของ Ladakh ประเทศอินเดีย ซึ่...

    Nubra หรือที่เรียกว่า Dumra เป็นภูมิภาคประวัติศาสตร์ของ Ladakh ประเทศอินเดีย ซึ่งปัจจุบันบริหารงานเป็นแผนกย่อยและเตห์ซิลในเขต Leh พื้นที่ที่อยู่อาศัยก่อตัวเป็นหุบเขาสามแขนที่ตัดโดยแม่น้ำ Nubra และแม่น้ำ Shyok ชื่อภาษาทิเบตว่า Dumra แปลว่า "หุบเขาแห่งดอกไม้" ความต้องการเพิ่มขึ้นและ BJP ได้บอกใบ้ถึงการสร้าง Nubra เป็นเขตใหม่ Diskit สำนักงานใหญ่ของ Nubra อยู่ห่างจาก Leh ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ Ladakh ไปทางเหนือ 120 กม. แม่น้ำ Shyok ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำ Nubra (หรือแม่น้ำ Siachan) เกิดเป็นหุบเขาขนาดใหญ่ที่กั้นระหว่างเทือกเขา Ladakh และ Karakoram แม่น้ำ Shyok เป็นสาขาย่อยของแม่น้ำสินธุ ความสูงโดยเฉลี่ยของหุบเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 ม. มากกว่า 10,000 ฟุต วิธีทั่วไปในการเข้าถึงหุบเขานี้คือการเดินทางผ่าน Khardung La pass จาก Leh ชาวต่างชาติจะต้องได้รับใบอนุญาตพื้นที่คุ้มครองเพื่อเยี่ยมชม Nubra ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2017 พลเมืองอินเดียจะต้องได้รับใบอนุญาต Inner Line เพื่อเข้าชม

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง 

  • บ่าย
    เส้นทางวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวานในอดีต และเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง นำท่าน เดินทางเข้าสู่หุบเขานูบรา(Nubra Valley: 3048 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) นูบราหมายถึงหุบเขาแห่งดอกไม้เป็นหุบเขาเล็กที่ยิ่งใหญ่รุ่มรวยด้วยธรรมชาติที่สวยงามมีฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือติดกับเทือกเขาคาราโครัม ของประเทศปากีสถานและด้านตะวันออกเฉียงเหนือติดกับธารน้ำแข็ง Siachenของประเทศจีนเป็นแหล่งปลูก Apricot ผลไม้หลากหลายของลาดัก และเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด อยู่ห่างจากเลห์ไปทางเหนือ 125 km โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยและคาราโครัม(Karakoram Range) ซึ่งเทือกเขาคาราโครัมนี้เป็นเขตแดนตามธรรมชาติกั้นอินเดียกับปากีสถาน และก่อนหน้าปี ค.ศ. 1994 ทางการอินเดียไม่อนุญาตให้    นักท่องเที่ยวเข้ามาในหุบเขาเลยเส้นทางลดระดับลงไปเรื่อยๆ ผ่านชมวิวภูเขา ทุ่งดอกไม้ หมู่บ้านทิเบตเล็ก
    Nubra หรือที่เรียกว่า Dumra เป็นภูมิภาคประวัติศาสตร์ของ Ladakh ประเทศอินเดีย ซึ่...

    Nubra หรือที่เรียกว่า Dumra เป็นภูมิภาคประวัติศาสตร์ของ Ladakh ประเทศอินเดีย ซึ่งปัจจุบันบริหารงานเป็นแผนกย่อยและเตห์ซิลในเขต Leh พื้นที่ที่อยู่อาศัยก่อตัวเป็นหุบเขาสามแขนที่ตัดโดยแม่น้ำ Nubra และแม่น้ำ Shyok ชื่อภาษาทิเบตว่า Dumra แปลว่า "หุบเขาแห่งดอกไม้" ความต้องการเพิ่มขึ้นและ BJP ได้บอกใบ้ถึงการสร้าง Nubra เป็นเขตใหม่ Diskit สำนักงานใหญ่ของ Nubra อยู่ห่างจาก Leh ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ Ladakh ไปทางเหนือ 120 กม. แม่น้ำ Shyok ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำ Nubra (หรือแม่น้ำ Siachan) เกิดเป็นหุบเขาขนาดใหญ่ที่กั้นระหว่างเทือกเขา Ladakh และ Karakoram แม่น้ำ Shyok เป็นสาขาย่อยของแม่น้ำสินธุ ความสูงโดยเฉลี่ยของหุบเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 ม. มากกว่า 10,000 ฟุต วิธีทั่วไปในการเข้าถึงหุบเขานี้คือการเดินทางผ่าน Khardung La pass จาก Leh ชาวต่างชาติจะต้องได้รับใบอนุญาตพื้นที่คุ้มครองเพื่อเยี่ยมชม Nubra ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2017 พลเมืองอินเดียจะต้องได้รับใบอนุญาต Inner Line เพื่อเข้าชม

  • เย็น

    ถึงหมู่บ้านดิสกิต เป็นเวลาอาทิตย์อัศดงทอแสงสวยงามทาบทับภูเขาสูงที่สะท้อนเงาลงสู่แม่น้ำ Shayok แม่น้ำสายหลักของหุบเขา ชมวิถีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติแบบดั้งเดิม เกื้อกูลซึ่งกันและกัน นำชม วัด Diskit วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1420 ตั้งอยู่บนเนินเขา ในบริเวณหมู่บ้านดิสกิต มีจุดเด่น (เด่น จริงๆ) คือรูปปั้นองค์พระศรีอริยเมตตรัย ขนาด 12 เมตร นั่งตระหง่าน พระเนตรมองต่ำหันหน้าออกไปทางหมู่บ้านดิสกิต ราวกับจะคอย เฝ้ามอง ดูแลปกป้องผู้คนในหุบเขานูบร้าแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1996 โดยทุนส่วนหนึ่งชาวบ้านได้รวมรวบทุนทรัพย์ส่วนตัวบริจาคในการสร้าง โดยมีองค์ดาไลลามะ ที่ 14 มาทำพิธีเปิดงานด้วยตัวเองอีกด้วย ชื่นชมทิวทัศน์ในยามเย็นดูสงบสวยงาม

    จากนั้นให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปเก็บวิวสวยๆ รอบบริเวณหุบเขา และดูวิถีชีวิตชาวบ้านจนได้เวลาสมควรออกท่านไปถ่ายรูป ทะเลทรายฮุนดร้า (Hundra Sand dune) หรือใครอยากใช้บริการนั่งอูฐ ถ่ายรูปโดยมีภูเขาสูงใหญ่เป็นฉากด้านหลังก็ทำได้ตามอัธยาศัย

    ได้เวลาสมควรเดินทางเข้าที่พักเต้นท์บ้าน Vista Camp หรือเทียบเท่า  รับประทานอาหารเย็น  พักผ่อนตามอัธยาศัย

    หลังเดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ใครที่อยากสัมผัสค่ำคืนอันสวยงามท่ามกลางหมู่ดาว แสงจันทร์ ทอแสงกระพริบวิบวาวใกล้จนราวจะคว้าเอามาได้ก็อย่าเพิ่งนอนออกมานั่งจิบชาร้อนๆ แกล้มแอพริคอทสด อากาศกำลังหนาวสบายเพราะเป็นฤดูร้อนก็เชิญดื่มด่ำเต็มที่ 


วันที่ห้า 5 : หุบเขานูบรา – ทะเลสาบพันกอง
  • เช้า

    หลังรับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก 

    นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบพันกอง(Pangong Lake, 4420 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ระยะทางประมาณ 160 กม.ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่ในระดับความสูงที่สูงที่สุดในโลก มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 4420 เมตร และถูกครอบครองโดย 2 ประเทศ โดยร้อยละ 30เป็นของประเทศอินเดีย และร้อยละ 70 เป็นดินแดนของประเทศจีน ขับรถเลาะเลียบแม่น้ำอินดุส ผ่านหมู่บ้านเช่มเดย์และซัคตีที่เรียงรายตามลำน้ำในหุบเขาเบื้องล่างเขียวทุ่งนาขั้นบันไดอันสวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขาดินเหลืองที่ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวช่างเป็นภาพที่ตัดกันน่าดูทีเดียวเชียว เส้นทางจะผ่านหุบเขาอันเขียวขจีไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้านซัคตี และไต่สูงขึ้น สู่เส้นทางหลวงสูงอันดับสามของโลก(5320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ทุก 1 กม.เส้นทางจะสูงขึ้น 1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จนกระทั่งถนนขึ้นมาเท่ากับยอดเขา เมื่อมองย้อนไปจะเห็นเส้นทางมีลักษณะซิกแซกไปมาอย่างชัดเจน เนื่องจากภูเขาไม่มีต้นไม้สักต้นที่บดบังถนนที่คดเคี้ยวนี้ จนทำให้เกิดความฉงนว่า “เราเดินทางขึ้นมาได้อย่างไรนี่ !!!”  ชมแม่น้ำทรายหลากสีและน้ำตกทรายจนถึงทะเลสาบแปงกองสีเทอร์คอยซ์สวยงามเป็นระยะทางยาว130 กม.จรดพรมแดนจีน กว้างเพียง 6 กม. ล้อมรอบด้วยภูเขาน้ำตกทรายหาดทรายขาวละเอียดรอบทะเลสาบสีเทอร์คอยซ์เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันสวยงามกับท้องฟ้าสีครามเข้ม หาดทราย สายลมแสงแดดบนยอดเขาสูง


    ทะเลสาบน้ำเค็มสีครามสด ธรรมชาติดิบๆ มีภูมิประเทศเขาหินทรายท้องฟ้าปลอดโปร่งแทบจะไ...

    ทะเลสาบน้ำเค็มสีครามสด ธรรมชาติดิบๆ มีภูมิประเทศเขาหินทรายท้องฟ้าปลอดโปร่งแทบจะไม่พบเมฆเพราะอยู่บนที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 4350 เมตร ส่วนที่กว้างที่สุดกว้างเพียง 5 กม. แต่ยาวถึง 134 กม.จากจีนถึงอินเดีย 60%ของทะเลสาบพันกองอยู่ในอาณาเขตประเทศจีน รวมพื้นที่ 604 ตร.กม. ในช่วงฤดูหนาวน้ำทะเลเป็นน้ำแข็ง ทิศตะวันตกติดเมืองเลห์ ทิศเหนือติดซินเจียงอุยกูร ทิศตะวันออกติดซ๊ซาง ประเทศจีน ที่นี่เป็นแหล่งชมดาวและทางช้างเผือกชั้นยอด ไร้แสงสีใดๆเจือปน แสงสะท้อนของพื้นน้ำทะเล ทำให้นักท่องเที่ยวต่างแดนต้องมนต์เสน่ห์ ที่พักค้างแรม เป็นเต้นท์ส่วนใหญ่ แต่พอมีที่พักเป็นบังกะโลเรือนแถวอยู่บ้าง (ผมเองก็พักที่นี่ เมื่อปลาย ต.ค. 60) อากาศหนาวเย็นเกือบติดลบ รถยนต์ที่มาด้วยมีน้ำแข็งเกาะค้างเครื่องยนต์ เช้ามารถสตาร์ทไม่ติด ไฟฟ้า เปิด-ปิดเป็นเวลา น้ำอุ่นเปิดน้อยมาก(เรียกว่าไม่มี จะดีกว่า) อาศัยน้ำร้อนในกระติก (ขอจากครัว ห้องอาหาร) พอใช้เพื่อล้างหน้าแปรงฟันได้อยู่ สำหรับท่านใดต้องการพักค้างแรมที่นี่ต้องเตรียมตัวอย่างมาก เช่น เครื่องนอน ชุดกันหนาวต่างๆ ถุงนอน ถุงน้ำร้อน(ไว้นอนกอด) ไฟฉาย และอาหารกระป๋อง ฤดุท่องเทียว ส.ค. ถึง ต้น ต.ค. ทุกปี กลางและปลาย ต.ค. จะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แค้มป์พักค้างแรมหลายแห่งปิด บ้างครั้งปิดกระทันหัด เนื่องจากพายุเข้า (โปรดตรวจสอบก่อนเดินทางเข้าพักทุกครั้ง)

  • เที่ยง

    รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิกโรแมนติกที่ริมทะเลสาบพันกอง

  • เย็น

    นำท่านเข้าที่พัก Rizingla Cottage หรือเทียบเท่า

    รับประทานอาหารเย็น จากนั้นใครจะออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศตอนค่ำๆ ก็ไม่ว่ากัน เดินชมความงดงามของทะเลสาบ ตามอัธยาศัย


วันที่หก 6 : ทะเลสาบพันกอง – เลห์
  • 06.00

    รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก 

    จากนั้นให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปเก็บวิวสวยๆ รอบบริเวณหุบเขา และดูวิถีชีวิตชาวบ้านจนได้เวลาสมควรออกเดินทางกลับ เมืองเลห์  


  • เที่ยง

    เดินทางกลับ เมืองเลห์  รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

  • บ่าย

    นำชม วัดเฮมิส Hemis gompa เป็นวัดทิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีเป็นวัดที่ใหญ่และรวยที่สุดในลาดัคห์ ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1998 ด้านในมีรูปปั้นท่าน คุรุปัทมาสมภพสูงราวอาคาร 3 ชั้น ท่านเป็นบุคคลสำคัญที่นำศาสนาพุทธจากอินเดียไปเผยแพร่ที่ทิเบต และเป็นผู้ให้กำเนิดนิกายหมวกแดง ซึ่งเป็นนิกายที่เก่าแก่ที่สุดของศาสนาพุทธนิกายวัชรญานมีวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ได้ ถึงแม้ลาดัคห์จะผ่านสงครามมากเพราะวัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับในทำเลที่ยากจะหาเจอในอดีต จึงสามารถรักษาวัตถุโบราณและวัดก็ไม่ได้ถูกทำลาย ยังคงความสวยงามเช่นปัจจุบัน ที่นี่จะมีงานฉลองเต้นรำหน้ากากที่ใหญ่ที่สุดในลาดัคห์เป็นประจำทุกปี 

    วัดเฮมิส (Hemis Monastery) เป็นวัดธิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีเป็นวัดที่ใหญ่และร...

    วัดเฮมิส (Hemis Monastery) เป็นวัดธิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีเป็นวัดที่ใหญ่และรวยที่สุดในลาดัค มีวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ได้ ถึงแม้ลาดัคจะผ่านสงครามมามาก แต่เพราะวัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับในทำเลที่ยากจะหาเจอในอดีต จึงสามารถรักษาวัตถุโบราณ และวัดก็ไม่ได้ถูกทำลายยังคงความสวยงามเช่นปัจจุบัน ที่นี่จะมีงานฉลองเต้นรำหน้ากากที่ใหญ่สุดเป็นประจำทุกปี เทศกาล Hemis อุทิศให้กับลอร์ด Padmasambhava (Guru Rinpoche) นับถือในฐานะการแสดงการฟ้อนรำที่อาราม Hemis ซึ่งเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เขาเชื่อว่าจะเกิดในวันที่ 10 ของเดือนที่ห้าของปีลิงตามคำทำนายของ พระพุทธเจ้าศากยมุนี เป็นที่เชื่อกันว่าภารกิจชีวิตของเขาคือและยังคงอยู่เพื่อปรับปรุงสภาพจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด การปฏิบัติตามพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เชื่อกันว่าให้กำลังกายและสุขภาพที่ดี เทศกาล Hemis จัดขึ้นที่ลานสี่เหลี่ยมด้านหน้าประตูหลักของวัด พื้นที่กว้างและเปิดโล่งช่วยให้สี่เหลี่ยมจัตุรัสสี่เหลี่ยมสูงสามฟุตสูงมีเสาศักดิ์สิทธิ์ตรงกลาง ยกพื้นสูงขึ้นพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มด้วยฟางขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะทิเบตขนาดเล็กที่ตกแต่งอย่างประณีตไว้ด้วยของที่ระลึกพิธีมอบถ้วยรางวัลที่เต็มไปด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์

  • เย็น
    เดินทางถึงเลห์ 
    นำท่านเข้าที่พัก Hotel Sky Desert หรือเทียบเท่า
    รับประทานอาหารเย็น จากนั้นใครจะออกไปเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองเลห์ตอนค่ำๆ ก็ไม่ว่ากัน เดินชมความงดงามของเมืองเลห์ ชมร้านค้าต่างๆ บน ถนนเมนบาซาร์ ตามอัธยาศัย

วันที่เจ็ด 7 : เลห์–เดลี-กรุงเทพฯ
  • 04.00

    นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเลห์

  • 06.55

    เหิรฟ้าสู่เมืองเดลี โดยสายการบินแอร์อินเดีย (AI)  เที่ยวบินที่ AI478

  • 08.20

    ถึงสนามบินเดลลี  รอต่อเครื่อง (อิสระอาหารเช้าตามอัธยาศัย)

  • 11.00

    เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์อินเดีย (AI)  เที่ยวบินที่ AI332

  • 16.55

    ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพและเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม    

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • จองมัดจำท่านละ 20,000  บาท  และค่าวีซ่าอินเดีย 1,500 บาท  พร้อมหน้าพาสปอร์ต  

    ชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ จะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน



    จองมัดจำท่านละ 20,000  บาท  และค่าวีซ่าอินเดีย 1,500 บาท  พร้อมหน้าพาสปอร์ต  

    ชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ จะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน



เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 20 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 45 วัน เก็บค่ามัดจำ 20,000 THB
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 30 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการ 50 %
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 20 วัน บริษัทยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด
    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 45 วัน เก็บค่ามัดจำ 20,000 THB
ข้อมูลเอกสารในการขอวีซ่า
  • -   พระภิกษุ มีสำเนาใบสุทธิ


    พาสปอร์ต มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในวันเดินทาง


    สำเนาบัตรประชาชน  และ สำเนาทะเบียนบ้าน


    รูปถ่ายสี 2 x 2 นิ้ว 2 ใบ หน้าตรง ฉากหลังสีขาวเท่านั้น


    -   พระภิกษุ มีสำเนาใบสุทธิ


    พาสปอร์ต มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในวันเดินทาง


    สำเนาบัตรประชาชน  และ สำเนาทะเบียนบ้าน


    รูปถ่ายสี 2 x 2 นิ้ว 2 ใบ หน้าตรง ฉากหลังสีขาวเท่านั้น


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ตั๋วเครื่องบิน ชั้นนักท่องเที่ยว เส้นทาง กรุงเทพ – เดลี - เลห์ - เดลี - กรุงเทพฯ


    ภาษีสนามบินสุวรรณภูมิและที่อินเดีย


    ที่พัก และอาหารตามที่ระบุในรายการ


    พระวิทยากรตลอดเส้นทาง


    มีบริการอาหารไทยเสริมทุกมื้อ


    รถปรับอากาศ พร้อมพนักงานขับรถผู้ชำนาญเส้นทางนำเที่ยวตามรายการ


    ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุไว้ในรายการ


    น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 30 กิโลกรัม


    ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง กรณีการเสียชีวิต วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท


    ตั๋วเครื่องบิน ชั้นนักท่องเที่ยว เส้นทาง กรุงเทพ – เดลี - เลห์ - เดลี - กรุงเทพฯ


    ภาษีสนามบินสุวรรณภูมิและที่อินเดีย


    ที่พัก และอาหารตามที่ระบุในรายการ


    พระวิทยากรตลอดเส้นทาง


    มีบริการอาหารไทยเสริมทุกมื้อ


    รถปรับอากาศ พร้อมพนักงานขับรถผู้ชำนาญเส้นทางนำเที่ยวตามรายการ


    ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุไว้ในรายการ


    น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 30 กิโลกรัม


    ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง กรณีการเสียชีวิต วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท


อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางและค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว


    ค่าธรรมเนียมวีซ่า ประเทศอินเดีย 1,500 บาท


    ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด


    ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง


    ค่าทิปคนขับรถ เด็กรถ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,500 บาท


    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย แล้วแต่ความพึงพอใจในบริการ


    ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางและค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว


    ค่าธรรมเนียมวีซ่า ประเทศอินเดีย 1,500 บาท


    ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด


    ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง


    ค่าทิปคนขับรถ เด็กรถ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 1,500 บาท


    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย แล้วแต่ความพึงพอใจในบริการ


หมายเหตุ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้


    บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง และภัย  ธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่าง ๆทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้


    รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ


    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย


    การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย


    บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้


    บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง และภัย  ธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่าง ๆทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้


    รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ


    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม


    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย


    การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย


บทวิจารณ์

0/5
Not Rated
ขึ้นอยู่กับ 0 บทวิจารณ์
ไม่มีรีวิว

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿49,593.00
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เต็มใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿49,593
0 บทวิจารณ์
แพ็คเกจทัวร์ที่คุณอาจกำลังมองหา
เพิ่มเติม แพ็กเกจทัวร์ได้รับคะแนนสูง
เริ่มต้นเพียง ฿49,593